<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>หักค่าใช้จ่าย &#8211; สำนักงานบัญชี รับทำบัญชี โปรแกรมบัญชี รับจดทะเบียนบริษัท อบรมบัญชี รับตรวจสอบบัญชี</title>
	<atom:link href="https://buncheesiam.com/tag/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://buncheesiam.com</link>
	<description>รับทำบัญชี รับทำบัญชีนนทบุรี วางแผนภาษี วางแผนภาษีนนทบุรี  ตรวจสอบบัญชี ตรวจสอบบัญชีนนทบุรี</description>
	<lastBuildDate>Tue, 06 Oct 2026 04:58:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.3</generator>

<image>
	<url>https://buncheesiam.com/wp-content/uploads/2024/12/cropped-cropped-cropped-siam_accounting_online_logo-removebg-preview-1-32x32.webp</url>
	<title>หักค่าใช้จ่าย &#8211; สำนักงานบัญชี รับทำบัญชี โปรแกรมบัญชี รับจดทะเบียนบริษัท อบรมบัญชี รับตรวจสอบบัญชี</title>
	<link>https://buncheesiam.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บริษัทส่งพนักงานเรียนต่อหรืออบรม หักค่าใช้จ่ายได้หรือไม่ หลักเกณฑ์ภาษีและสิทธิหักรายจ่าย 2 เท่า</title>
		<link>https://buncheesiam.com/blog-49/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[บัญชีสยาม ผู้ดูแลระบบ]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Oct 2026 04:58:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[หักค่าใช้จ่าย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://buncheesiam.com/?p=3575</guid>

					<description><![CDATA[ ส่งพนักงานเรียนต่อหรืออบรม หักค่าใช้จ่ายได้แค่ไหน และกรณีใดใช้สิทธิหักรายจ่าย 2 เท่าได้ มาดูหลักเกณฑ์สำคัญที่บริษัทควรรู้...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[		<div data-elementor-type="wp-post" data-elementor-id="3575" class="elementor elementor-3575">
				<div class="elementor-element elementor-element-e01143a e-flex e-con-boxed wpr-particle-no wpr-jarallax-no wpr-parallax-no wpr-sticky-section-no wpr-column-slider-no wpr-equal-height-no e-con e-parent" data-id="e01143a" data-element_type="container" data-e-type="container">
					<div class="e-con-inner">
				<div class="elementor-element elementor-element-6afd7dd elementor-widget elementor-widget-image" data-id="6afd7dd" data-element_type="widget" data-e-type="widget" data-widget_type="image.default">
				<div class="elementor-widget-container">
															<img fetchpriority="high" decoding="async" width="1484" height="1060" src="https://buncheesiam.com/wp-content/uploads/2026/09/บริษัทส่งพนักงานเรียนต่อหรืออบรม-หักค่าใช้จ่ายได้ห.webp" class="attachment-full size-full wp-image-3584" alt="" srcset="https://buncheesiam.com/wp-content/uploads/2026/09/บริษัทส่งพนักงานเรียนต่อหรืออบรม-หักค่าใช้จ่ายได้ห.webp 1484w, https://buncheesiam.com/wp-content/uploads/2026/09/บริษัทส่งพนักงานเรียนต่อหรืออบรม-หักค่าใช้จ่ายได้ห-300x214.webp 300w, https://buncheesiam.com/wp-content/uploads/2026/09/บริษัทส่งพนักงานเรียนต่อหรืออบรม-หักค่าใช้จ่ายได้ห-1024x731.webp 1024w, https://buncheesiam.com/wp-content/uploads/2026/09/บริษัทส่งพนักงานเรียนต่อหรืออบรม-หักค่าใช้จ่ายได้ห-768x549.webp 768w" sizes="(max-width: 1484px) 100vw, 1484px" />															</div>
				</div>
				<div class="elementor-element elementor-element-2065885 elementor-hidden-mobile elementor-widget elementor-widget-text-editor" data-id="2065885" data-element_type="widget" data-e-type="widget" data-widget_type="text-editor.default">
				<div class="elementor-widget-container">
									<div class="article-content" style="font-family: 'Noto Sans Thai', sans-serif; line-height: 1.8; color: #333333; max-width: 900px; margin: 0 auto; padding: 20px;"><style>
.article-content h2,<br />.article-content h3 {<br />    scroll-margin-top: 90px;<br />}</p>
<p>.article-content table {<br />    width: 100%;<br />    border-collapse: collapse;<br />    margin: 20px 0 25px 0;<br />}</p>
<p>.article-content th,<br />.article-content td {<br />    border: 1px solid #dbe3ea;<br />    padding: 12px 14px;<br />    vertical-align: top;<br />}</p>
<p>.article-content th {<br />    background-color: #eff6ff;<br />    color: #1e3a8a;<br />    font-weight: bold;<br />}</p>
<p>.article-content a {<br />    transition: opacity 0.2s ease;<br />}</p>
<p>.article-content a:hover {<br />    opacity: 0.75;<br />}<br /></style><h1 style="font-size: 32px; color: #1a1a1a; margin-bottom: 25px; font-weight: bold; line-height: 1.4;">บริษัทส่งพนักงานเรียนต่อหรืออบรม หักค่าใช้จ่ายได้หรือไม่? หลักเกณฑ์ภาษีและสิทธิหักรายจ่าย 2 เท่า</h1><p style="font-size: 20px; text-indent: 40px; margin-bottom: 20px; text-align: justify;">การพัฒนาความรู้และทักษะของพนักงานเป็นเรื่องที่หลายบริษัทให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนให้พนักงานศึกษาต่อในระดับปริญญา การเรียนหลักสูตรวิชาชีพ หรือการส่งพนักงานเข้ารับการอบรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ในมุมภาษีเงินได้นิติบุคคล คำถามสำคัญคือ ค่าใช้จ่ายที่บริษัทออกให้สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายของกิจการได้หรือไม่ และในกรณีใดบริษัทจึงจะมีสิทธิได้รับประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติม</p><p style="font-size: 20px; text-indent: 40px; margin-bottom: 20px; text-align: justify;">หลักการสำคัญคือ ต้องแยกการพิจารณาออกเป็นสองระดับ ระดับแรกคือค่าใช้จ่ายนั้นสามารถหักเป็นรายจ่ายตามปกติของกิจการได้หรือไม่ และระดับที่สองคือค่าใช้จ่ายดังกล่าวเข้าเงื่อนไขที่จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้เพิ่มอีก 100% ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 437) พ.ศ. 2548 หรือไม่ ซึ่งในทางปฏิบัติมักเรียกกันว่า “สิทธิหักรายจ่าย 2 เท่า”</p><p style="font-size: 20px; text-indent: 40px; margin-bottom: 20px; text-align: justify;"><strong>บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด</strong> เห็นว่า จุดที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญไม่ใช่เพียงการมีใบเสร็จค่าเรียนหรือค่าอบรม แต่ต้องสามารถแสดงความเชื่อมโยงให้ชัดว่า พนักงานคนใดเรียนหรืออบรมหลักสูตรใด ความรู้ที่ได้รับเกี่ยวข้องกับหน้าที่หรือกิจการอย่างไร และบริษัทได้รับประโยชน์จากการพัฒนาบุคลากรนั้นในลักษณะใด</p><p><!-- สารบัญ --></p><nav class="toc-container" style="background-color: #f8fafc; padding: 25px; border-radius: 12px; margin: 35px 0; border: 1px solid #e2e8f0;"><span style="font-size: 20px; color: #1e3a8a; font-weight: bold; display: block; margin-bottom: 12px;"><br />สารบัญเนื้อหาสำคัญ<br /></span><ol style="font-size: 20px; margin: 0; padding-left: 25px; line-height: 2;"><li><a style="text-decoration: none; color: #0284c7;" href="#tax-principle">หลักใหญ่ตามประมวลรัษฎากร</a></li><li><a style="text-decoration: none; color: #0284c7;" href="#employee-study">กรณีบริษัทส่งพนักงานเรียนต่อ</a></li><li><a style="text-decoration: none; color: #0284c7;" href="#extra-deduction">เงื่อนไขสำคัญของการเรียนต่อเพื่อใช้สิทธิเพิ่มอีก 100%</a></li><li><a style="text-decoration: none; color: #0284c7;" href="#receipt">ใบเสร็จค่าเรียนออกชื่อพนักงานได้หรือไม่</a></li><li><a style="text-decoration: none; color: #0284c7;" href="#employment-agreement">ต้องทำสัญญาผูกพันพนักงานหรือไม่</a></li><li><a style="text-decoration: none; color: #0284c7;" href="#employee-training">กรณีบริษัทส่งพนักงานไปอบรม</a></li><li><a style="text-decoration: none; color: #0284c7;" href="#documents">เอกสารที่บริษัทควรจัดเตรียม</a></li><li><a style="text-decoration: none; color: #0284c7;" href="#recommendation">ข้อเสนอแนะสำหรับบริษัทที่ต้องการดำเนินการจริง</a></li><li><a style="text-decoration: none; color: #0284c7;" href="#summary">สรุปสำหรับผู้ประกอบการ</a></li><li><a style="text-decoration: none; color: #0284c7;" href="#references">เอกสารอ้างอิง</a></li></ol></nav><h2 id="tax-principle" style="font-size: 24px; color: #1e3a8a; margin-top: 35px; margin-bottom: 15px; font-weight: bold;">1. หลักใหญ่ตามประมวลรัษฎากร</h2><p style="font-size: 20px; text-indent: 40px; margin-bottom: 20px; text-align: justify;">ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (13) กำหนดหลักเกี่ยวกับรายจ่ายที่มิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะว่าเป็นรายจ่ายต้องห้าม ดังนั้น การที่บริษัทออกค่าใช้จ่ายให้พนักงานเรียนต่อหรือเข้ารับการอบรม จะนำมาหักเป็นรายจ่ายได้หรือไม่นั้น ต้องพิจารณาว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับการประกอบกิจการและก่อให้เกิดประโยชน์แก่บริษัทหรือไม่</p><p style="font-size: 20px; text-indent: 40px; margin-bottom: 20px; text-align: justify;">หากบริษัทสามารถพิสูจน์ได้ว่าการศึกษาและการอบรมมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความรู้ ความสามารถ หรือทักษะที่พนักงานจะนำกลับมาใช้กับงานของบริษัท ค่าใช้จ่ายดังกล่าวโดยหลักมีเหตุผลรองรับว่าเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการ กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยกรณีบริษัทส่งพนักงานศึกษาต่อระดับปริญญาตรีและปริญญาโทในมหาวิทยาลัยภายในประเทศว่า หากการศึกษานั้นเป็นประโยชน์แก่การดำเนินงานของบริษัท ค่าใช้จ่ายสามารถนำมาหักในการคำนวณกำไรสุทธิได้</p><p style="font-size: 20px; text-indent: 40px; margin-bottom: 20px; text-align: justify;">อย่างไรก็ตาม การหักเป็นรายจ่ายตามปกติกับการใช้สิทธิทางภาษีเพิ่มเติมเป็นคนละเรื่องกัน หลักสูตรหนึ่งอาจเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการและหักได้ตามปกติ แต่หากไม่ผ่านเงื่อนไขของสิทธิพิเศษ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถนำมาหักเพิ่มอีก 100% ได้</p><div style="overflow-x: auto;"><table style="font-size: 20px; width: 100%; border-collapse: collapse; border: 1px solid #cccccc; font-family: 'Noto Sans Thai', sans-serif;"><thead><tr><th style="border: 1px solid #cccccc; padding: 12px; background-color: #eff6ff; color: #1e3a8a; text-align: left;">ลักษณะค่าใช้จ่าย</th><th style="border: 1px solid #cccccc; padding: 12px; background-color: #eff6ff; color: #1e3a8a; text-align: left;">การหักเป็นรายจ่ายปกติ</th><th style="border: 1px solid #cccccc; padding: 12px; background-color: #eff6ff; color: #1e3a8a; text-align: left;">โอกาสใช้สิทธิเพิ่มอีก 100%</th></tr></thead><tbody><tr><td style="border: 1px solid #cccccc; padding: 12px; vertical-align: top;">ส่งพนักงานเรียนต่อ เช่น ปริญญาตรีหรือปริญญาโท</td><td style="border: 1px solid #cccccc; padding: 12px; vertical-align: top;">หักได้ หากเกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อกิจการ</td><td style="border: 1px solid #cccccc; padding: 12px; vertical-align: top;">อาจใช้ได้ หากเข้าเงื่อนไข พ.ร.ฎ. 437</td></tr><tr><td style="border: 1px solid #cccccc; padding: 12px; vertical-align: top;">ส่งพนักงานไปอบรมหรือสัมมนา</td><td style="border: 1px solid #cccccc; padding: 12px; vertical-align: top;">หักได้ หากเกี่ยวข้องกับงาน</td><td style="border: 1px solid #cccccc; padding: 12px; vertical-align: top;">อาจใช้ได้ หากหลักสูตร สถานอบรม และเอกสารเข้าเงื่อนไข</td></tr><tr><td style="border: 1px solid #cccccc; padding: 12px; vertical-align: top;">หลักสูตรเพื่อประโยชน์ส่วนตัวและไม่เกี่ยวข้องกับงาน</td><td style="border: 1px solid #cccccc; padding: 12px; vertical-align: top;">มีความเสี่ยงถูกตัดเป็นรายจ่ายต้องห้าม</td><td style="border: 1px solid #cccccc; padding: 12px; vertical-align: top;">ไม่เข้าเงื่อนไข</td></tr><tr><td style="border: 1px solid #cccccc; padding: 12px; vertical-align: top;">บริษัทจ่ายค่าเรียนแต่ไม่มีหลักฐานว่าเป็นผู้ส่งหรือสนับสนุน</td><td style="border: 1px solid #cccccc; padding: 12px; vertical-align: top;">มีความเสี่ยงสูงด้านการพิสูจน์รายจ่าย</td><td style="border: 1px solid #cccccc; padding: 12px; vertical-align: top;">เสี่ยงไม่ผ่านเงื่อนไข</td></tr><tr><td style="border: 1px solid #cccccc; padding: 12px; vertical-align: top;">เรียนหรืออบรมในต่างประเทศ</td><td style="border: 1px solid #cccccc; padding: 12px; vertical-align: top;">อาจหักตามปกติได้ หากพิสูจน์ความเกี่ยวข้องกับกิจการ</td><td style="border: 1px solid #cccccc; padding: 12px; vertical-align: top;">โดยหลักสิทธิตามมาตรา 4 (1) ของ พ.ร.ฎ. 437 กำหนดการศึกษาและอบรมในประเทศไทย</td></tr></tbody></table></div><h2 id="employee-study" style="font-size: 24px; color: #1e3a8a; margin-top: 35px; margin-bottom: 15px; font-weight: bold;">2. กรณีบริษัทส่งพนักงานเรียนต่อ</h2><p style="font-size: 20px; text-indent: 40px; margin-bottom: 20px; text-align: justify;">การเรียนต่ออาจครอบคลุมตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท หลักสูตรประกาศนียบัตร ไปจนถึงหลักสูตรวิชาชีพ สิ่งสำคัญคือวิชาที่เรียนควรมีความสัมพันธ์กับตำแหน่งงานหรือแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัท เช่น พนักงานบัญชีศึกษาด้านบัญชีหรือภาษี พนักงานฝ่ายเทคโนโลยีเรียน Data Analytics หรือ AI ฝ่ายบริหารศึกษาด้านบริหารธุรกิจ หรือฝ่ายทรัพยากรบุคคลศึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล</p><p style="font-size: 20px; text-indent: 40px; margin-bottom: 20px; text-align: justify;">เมื่อสามารถแสดงได้ว่าการศึกษาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาบุคลากรเพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการ ค่าใช้จ่ายจึงมีเหตุผลรองรับสำหรับการหักเป็นรายจ่ายตามปกติ นอกจากนี้ หากเข้าเงื่อนไขของพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 437) มาตรา 4 (1) บริษัทยังอาจได้รับยกเว้นภาษีเงินได้เพิ่มเติมอีกจำนวน 100% ของรายจ่ายที่จ่ายไปสำหรับการส่งลูกจ้างเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมในสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมตามที่กำหนด</p><div style="background-color: #eff6ff; border-left: 5px solid #2563eb; padding: 20px 25px; margin: 25px 0; border-radius: 8px;"><p style="font-size: 20px; margin: 0; text-indent: 40px; text-align: justify;"><strong>ตัวอย่างการคำนวณ</strong> หากบริษัทจ่ายค่าเล่าเรียนให้พนักงาน 200,000 บาท และรายการดังกล่าวเข้าเงื่อนไขครบถ้วน บริษัทบันทึกค่าใช้จ่ายทางบัญชีตามจริง 200,000 บาท และอาจได้รับสิทธิทางภาษีเพิ่มอีก 100% จำนวน 200,000 บาท ทำให้ผลทางภาษีเทียบเท่าการหักรายจ่าย 400,000 บาท ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะบันทึกค่าใช้จ่ายทางบัญชีจำนวน 400,000 บาท</p></div><h2 id="extra-deduction" style="font-size: 24px; color: #1e3a8a; margin-top: 35px; margin-bottom: 15px; font-weight: bold;">3. เงื่อนไขสำคัญของการเรียนต่อเพื่อใช้สิทธิเพิ่มอีก 100%</h2><p style="font-size: 20px; text-indent: 40px; margin-bottom: 20px; text-align: justify;">การใช้สิทธิเพิ่มอีก 100% ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเพียงเพราะบริษัทเป็นผู้จ่ายค่าเล่าเรียน ประกาศกระทรวงการคลังที่ใช้ประกอบพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 437) กำหนดให้การศึกษาหรือการอบรมต้องเกิดขึ้นในประเทศไทย และมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพ ความรู้ ความสามารถ ทักษะ หรือฝีมือของลูกจ้าง เพื่อประโยชน์ของกิจการนายจ้าง</p><p style="font-size: 20px; text-indent: 40px; margin-bottom: 20px; text-align: justify;">สถานศึกษาต้องเป็นประเภทที่กฎหมายกำหนด เช่น สถานศึกษาของรัฐ สถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน สถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือสถานฝึกอบรมตามประเภทที่กำหนด และหากเป็นหลักสูตรระดับอุดมศึกษา หลักสูตรดังกล่าวต้องได้รับอนุมัติตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</p><p style="font-size: 20px; text-indent: 40px; margin-bottom: 20px; text-align: justify;">ค่าใช้จ่ายที่อาจอยู่ในขอบเขตของสิทธิดังกล่าวไม่ได้จำกัดเพียงค่าเล่าเรียน แต่อาจรวมถึงค่าลงทะเบียน ค่าบำรุง และในกรณีการฝึกอบรมอาจรวมถึงค่าธรรมเนียมเข้าอบรมหรือค่าลงทะเบียน ตลอดจนค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าเดินทาง และค่าดูงาน หากค่าใช้จ่ายเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรและสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมเป็นผู้เรียกเก็บ</p><div style="background-color: #fff7ed; border-left: 5px solid #f97316; padding: 20px 25px; margin: 25px 0; border-radius: 8px;"><p style="font-size: 20px; margin: 0; text-indent: 40px; text-align: justify;"><strong>คำแนะนำจากบริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด</strong> ก่อนอนุมัติค่าใช้จ่ายควรตรวจสอบสถานศึกษา หลักสูตร สถานที่เรียน และองค์ประกอบของค่าใช้จ่ายตั้งแต่ต้น ไม่ควรรอจนถึงเวลายื่นภาษีแล้วจึงพิจารณาว่าหลักสูตรนั้นเข้าเงื่อนไขสิทธิเพิ่มอีก 100% หรือไม่</p></div><h2 id="receipt" style="font-size: 24px; color: #1e3a8a; margin-top: 35px; margin-bottom: 15px; font-weight: bold;">4. ใบเสร็จค่าเรียนออกชื่อพนักงานได้หรือไม่</h2><p style="font-size: 20px; text-indent: 40px; margin-bottom: 20px; text-align: justify;">โดยหลัก หากสถานศึกษาสามารถออกใบเสร็จรับเงินในนามบริษัทได้ การดำเนินการเช่นนั้นจะทำให้หลักฐานทางบัญชีและภาษีมีความชัดเจนมากที่สุด อย่างไรก็ตาม สำหรับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ประกาศกระทรวงการคลังเปิดโอกาสให้ใบเสร็จที่ออกในชื่อพนักงานซึ่งบริษัทส่งไปศึกษาสามารถใช้เป็นหลักฐานประกอบการใช้สิทธิได้</p><p style="font-size: 20px; text-indent: 40px; margin-bottom: 20px; text-align: justify;">กรมสรรพากรยังเคยมีแนววินิจฉัยว่า หากบริษัทสามารถพิสูจน์ได้ว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวจ่ายไปเพื่อประโยชน์ของกิจการ แม้ใบเสร็จจะระบุชื่อพนักงาน ก็สามารถนำมาพิจารณาเป็นรายจ่ายได้ ประเด็นสำคัญจึงกลับมาอยู่ที่ความสามารถในการแสดงข้อเท็จจริงว่าบริษัทเป็นผู้อนุมัติ ส่งเสริม หรือรับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์ของกิจการ</p><div style="background-color: #f0fdf4; border-left: 5px solid #16a34a; padding: 20px 25px; margin: 25px 0; border-radius: 8px;"><p style="font-size: 20px; margin: 0; text-indent: 40px; text-align: justify;"><strong>แนวทางปฏิบัติจากบริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด</strong> หากเลือกได้ ควรขอให้สถานศึกษาออกเอกสารในนามบริษัทตั้งแต่ต้น พร้อมเก็บหนังสืออนุมัติ หลักฐานการชำระเงิน และเอกสารความสัมพันธ์ระหว่างหลักสูตรกับตำแหน่งงานไว้เป็นชุดเดียวกัน เพื่อลดภาระการพิสูจน์ในภายหลัง</p></div><h2 id="employment-agreement" style="font-size: 24px; color: #1e3a8a; margin-top: 35px; margin-bottom: 15px; font-weight: bold;">5. ต้องทำสัญญาผูกพันพนักงานหรือไม่</h2><p style="font-size: 20px; text-indent: 40px; margin-bottom: 20px; text-align: justify;">ประเด็นเรื่องเงื่อนไขให้พนักงานกลับเข้าทำงานหลังสำเร็จการศึกษาหรือผ่านการฝึกอบรมมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะกรณีที่บริษัทต้องการใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้เพิ่มอีก 100% ประกาศกระทรวงการคลังกำหนดเงื่อนไขว่าลูกจ้างต้องกลับเข้าทำงานให้บริษัทภายหลังจากสำเร็จการศึกษาหรือการฝึกอบรมแล้ว</p><p style="font-size: 20px; text-indent: 40px; margin-bottom: 20px; text-align: justify;">รายละเอียดของระยะเวลาที่พนักงานต้องทำงานต่อ เช่น 1 ปี 2 ปี หรือ 3 ปี บริษัทสามารถกำหนดตามความเหมาะสมและประโยชน์ของกิจการได้ แต่ควรมีเงื่อนไขการกลับเข้าทำงานระบุไว้ชัดเจนในเอกสาร ไม่ควรใช้เพียงการตกลงด้วยวาจา</p><p style="font-size: 20px; text-indent: 40px; margin-bottom: 20px; text-align: justify;">หากพนักงานไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข เช่น ลาออกก่อนจบการศึกษา หรือไม่กลับมาทำงานตามเงื่อนไขที่กำหนด บริษัทอาจเสียสิทธิยกเว้นภาษีเพิ่มอีก 100% และอาจต้องปรับปรุงแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลที่เคยใช้สิทธิไว้</p><h2 id="employee-training" style="font-size: 24px; color: #1e3a8a; margin-top: 35px; margin-bottom: 15px; font-weight: bold;">6. กรณีบริษัทส่งพนักงานไปอบรม</h2><p style="font-size: 20px; text-indent: 40px; margin-bottom: 20px; text-align: justify;">การอบรมที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน เช่น บัญชีและภาษี การใช้ AI, Cybersecurity, Excel หรือ Power BI การตลาดออนไลน์ การบริหารงาน ภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ หรือกฎหมายแรงงาน หากมีความสัมพันธ์กับหน้าที่ของพนักงานหรือการดำเนินกิจการ บริษัทสามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักเป็นรายจ่ายตามปกติได้</p><p style="font-size: 20px; text-indent: 40px; margin-bottom: 20px; text-align: justify;">กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยกรณีบริษัทส่งพนักงานเรียนภาษาอังกฤษว่า หากการเรียนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ย่อมถือเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ จึงสามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายได้</p><h3 style="font-size: 22px; color: #0f172a; margin-top: 25px; margin-bottom: 10px; font-weight: bold;">ส่งพนักงานไปอบรมกับสถาบันภายนอก</h3><p style="font-size: 20px; text-indent: 40px; margin-bottom: 20px; text-align: justify;">หากบริษัทส่งพนักงานไปอบรมกับสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมที่เข้าเกณฑ์ และเป็นหลักสูตรที่มีลักษณะเป็น Public Training หรือเป็นหลักสูตรตามเงื่อนไขที่ประกาศกำหนด บริษัทอาจพิจารณาใช้สิทธิตามมาตรา 4 (1) ของพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 437) ได้ โดยต้องตรวจสอบเงื่อนไขของผู้จัดอบรม หลักสูตร และเอกสารประกอบเป็นรายกรณี</p><h3 style="font-size: 22px; color: #0f172a; margin-top: 25px; margin-bottom: 10px; font-weight: bold;">บริษัทจัดอบรมพนักงานเอง</h3><p style="font-size: 20px; text-indent: 40px; margin-bottom: 20px; text-align: justify;">กรณีที่บริษัทจัดฝึกอบรมพนักงานของตนเองจะอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์อีกส่วนหนึ่งตามมาตรา 4 (2) ของพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 437) โดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 148) กำหนดเงื่อนไขไว้ เช่น หลักสูตรต้องจัดเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานและได้รับการรับรองจากกระทรวงแรงงาน ค่าใช้จ่ายต่อคนต้องอยู่ในอัตราที่ได้รับอนุมัติ การอบรมต้องเป็นประโยชน์ต่อกิจการ ผู้เข้าอบรมต้องเป็นลูกจ้างของบริษัทและมีทะเบียนลูกจ้างตามกฎหมาย รวมถึงต้องมีเงื่อนไขให้พนักงานกลับเข้าทำงานหลังการฝึกอบรม</p><div style="background-color: #fff7ed; border-left: 5px solid #f97316; padding: 20px 25px; margin: 25px 0; border-radius: 8px;"><p style="font-size: 20px; margin: 0; text-indent: 40px; text-align: justify;"><strong>ประเด็นที่ต้องระวัง</strong> ไม่ควรตีความว่าค่าอบรมทุกหลักสูตรสามารถหักได้ 2 เท่า หากหลักสูตรเกี่ยวข้องกับกิจการแต่ไม่เข้าเงื่อนไขสิทธิพิเศษ ค่าใช้จ่ายนั้นอาจยังหักเป็นรายจ่ายตามปกติได้ เพียงแต่ไม่สามารถใช้สิทธิเพิ่มอีก 100%</p></div><h2 id="documents" style="font-size: 24px; color: #1e3a8a; margin-top: 35px; margin-bottom: 15px; font-weight: bold;">7. เอกสารที่บริษัทควรจัดเตรียม</h2><p style="font-size: 20px; text-indent: 40px; margin-bottom: 20px; text-align: justify;">เพื่อให้การพิสูจน์ความเกี่ยวข้องของค่าใช้จ่ายกับกิจการมีความชัดเจน และรองรับการใช้สิทธิทางภาษี บริษัทควรวางระบบเอกสารตั้งแต่ก่อนเริ่มการศึกษาและการฝึกอบรม ไม่ควรรอรวบรวมเอกสารภายหลังจากพนักงานเรียนหรืออบรมเสร็จแล้ว</p><ol style="font-size: 20px; line-height: 1.9; padding-left: 28px; margin-bottom: 25px;"><li style="margin-bottom: 10px;"><strong>นโยบายพัฒนาบุคลากรของบริษัท</strong> ควรระบุว่าบริษัทสนับสนุนการศึกษาและการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มความรู้และประสิทธิภาพในการทำงาน</li><li style="margin-bottom: 10px;"><strong>หนังสืออนุมัติส่งพนักงานเรียนหรืออบรม</strong> ควรระบุชื่อ ตำแหน่ง หลักสูตร สถานศึกษา ระยะเวลา ค่าใช้จ่าย และเหตุผลที่หลักสูตรเกี่ยวข้องกับกิจการ</li><li style="margin-bottom: 10px;"><strong>สัญญาสนับสนุนการศึกษาหรือฝึกอบรม</strong> ควรกำหนดเงื่อนไขให้พนักงานกลับมาปฏิบัติงานภายหลังจบหลักสูตร และอาจกำหนดระยะเวลาทำงานต่อให้เหมาะสม</li><li style="margin-bottom: 10px;"><strong>รายละเอียดหลักสูตร</strong> ควรเก็บรายละเอียดวิชา ตารางเรียน กำหนดการอบรม และเอกสารของสถานศึกษาไว้ประกอบ</li><li style="margin-bottom: 10px;"><strong>ใบแจ้งหนี้และใบเสร็จรับเงิน</strong> หากสามารถทำได้ ควรให้ออกเอกสารในนามบริษัท</li><li style="margin-bottom: 10px;"><strong>หลักฐานการจ่ายเงิน</strong> ควรมีหลักฐานว่าบริษัทเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่ายจากบัญชีของบริษัท</li><li style="margin-bottom: 10px;"><strong>รายงานค่าใช้จ่ายในการส่งลูกจ้างเข้าศึกษาหรือฝึกอบรม</strong> ควรจัดทำตามแบบที่กรมสรรพากรกำหนด พร้อมรายละเอียดหลักสูตรและกำหนดการ และเก็บไว้ ณ สถานประกอบการ</li><li style="margin-bottom: 0;"><strong>หลักฐานการนำความรู้กลับมาใช้</strong> เช่น Certificate รายงานผลการอบรม หรือรายงานการนำความรู้ไปใช้กับงานของบริษัท</li></ol><div style="background-color: #eff6ff; border-left: 5px solid #2563eb; padding: 20px 25px; margin: 25px 0; border-radius: 8px;"><p style="font-size: 20px; margin: 0; text-indent: 40px; text-align: justify;"><strong>บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด</strong> แนะนำให้จัดเอกสารทั้งหมดเป็นรายพนักงานและรายหลักสูตร โดยให้หนังสืออนุมัติ สัญญา รายละเอียดหลักสูตร ใบเสร็จ หลักฐานการจ่าย และหลักฐานหลังจบการศึกษาเชื่อมโยงกันได้ เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างเป็นระบบ</p></div><h2 id="recommendation" style="font-size: 24px; color: #1e3a8a; margin-top: 35px; margin-bottom: 15px; font-weight: bold;">8. ข้อเสนอแนะสำหรับบริษัทที่ต้องการดำเนินการจริง</h2><p style="font-size: 20px; text-indent: 40px; margin-bottom: 20px; text-align: justify;">บริษัทไม่ควรกำหนดนโยบายเพียงว่า “บริษัทออกค่าเรียนให้พนักงาน” เพราะข้อความในลักษณะดังกล่าวอาจทำให้วัตถุประสงค์ดูคล้ายการให้สวัสดิการส่วนบุคคลมากกว่าการพัฒนาบุคลากรเพื่อประโยชน์ของกิจการ</p><p style="font-size: 20px; text-indent: 40px; margin-bottom: 20px; text-align: justify;">แนวทางที่เหมาะสมกว่าคือกำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดว่าบริษัทมีนโยบายพัฒนาความรู้ ความสามารถ และทักษะของพนักงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและเพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการของบริษัท จากนั้น ในการอนุมัติแต่ละครั้งควรสามารถอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งงาน หลักสูตร ความรู้ที่จะได้รับ งานที่จะนำไปใช้ และประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับบริษัท</p><div style="background-color: #f0fdf4; border-left: 5px solid #16a34a; padding: 20px 25px; margin: 25px 0; border-radius: 8px;"><p style="font-size: 20px; margin: 0; text-indent: 40px; text-align: justify;"><strong>มุมมองจากบริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด</strong> การเขียนเหตุผลให้เห็นความเชื่อมโยงตั้งแต่ “ตำแหน่งงาน → หลักสูตร → ความรู้ที่จะได้รับ → งานที่จะนำไปใช้ → ประโยชน์ต่อบริษัท” เป็นแนวทางสำคัญในการสนับสนุนข้อเท็จจริงว่าค่าใช้จ่ายนั้นเกิดขึ้นเพื่อกิจการ มิใช่เป็นเพียงประโยชน์ส่วนตัวของพนักงาน</p></div><h2 id="summary" style="font-size: 24px; color: #1e3a8a; margin-top: 35px; margin-bottom: 15px; font-weight: bold;">สรุปสำหรับผู้ประกอบการ</h2><h3 style="font-size: 22px; color: #0f172a; margin-top: 25px; margin-bottom: 10px; font-weight: bold;">กรณีบริษัทส่งพนักงานเรียนต่อ</h3><p style="font-size: 20px; text-indent: 40px; margin-bottom: 20px; text-align: justify;">ค่าใช้จ่ายสามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายได้ หากการศึกษาเกี่ยวข้องกับงานและเป็นประโยชน์ต่อกิจการ และหากเข้าเงื่อนไขของพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 437) รวมถึงเป็นการศึกษาในสถานศึกษาตามที่กำหนดในประเทศไทย มีเอกสารครบถ้วน และมีเงื่อนไขให้พนักงานกลับมาทำงาน บริษัทอาจได้รับสิทธิทางภาษีเพิ่มอีก 100% ซึ่งมีผลทางภาษีเทียบเท่าการหักรายจ่าย 2 เท่า</p><h3 style="font-size: 22px; color: #0f172a; margin-top: 25px; margin-bottom: 10px; font-weight: bold;">กรณีบริษัทส่งพนักงานไปอบรม</h3><p style="font-size: 20px; text-indent: 40px; margin-bottom: 20px; text-align: justify;">ค่าอบรมสามารถหักเป็นรายจ่ายได้เช่นเดียวกัน หากเกี่ยวข้องกับกิจการ ส่วนการใช้สิทธิเพิ่มอีก 100% ต้องพิจารณาประเภทของผู้จัดอบรม ลักษณะหลักสูตร และเงื่อนไขตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 437) และประกาศที่เกี่ยวข้องเป็นรายหลักสูตร</p><p style="font-size: 20px; text-indent: 40px; margin-bottom: 20px; text-align: justify;">ประเด็นสำคัญที่สุดคือ ไม่ควรนำคำว่า “หักรายจ่ายได้” และ “หักได้ 2 เท่า” มาใช้แทนกัน เพราะค่าใช้จ่ายบางรายการอาจไม่เข้าเงื่อนไขสิทธิพิเศษ แต่ยังคงเป็นรายจ่ายที่หักได้ตามปกติ หากบริษัทสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ</p><p style="font-size: 20px; text-indent: 40px; margin-bottom: 20px; text-align: justify;"><strong>บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด</strong> จึงแนะนำให้ผู้ประกอบการตรวจสอบทั้งความเกี่ยวข้องของหลักสูตรและเงื่อนไขสิทธิทางภาษีก่อนอนุมัติค่าใช้จ่าย พร้อมจัดระบบเอกสารให้ครบตั้งแต่ต้น เพื่อให้การบันทึกบัญชีและการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นไปอย่างถูกต้องและสามารถตรวจสอบได้</p><div style="background-color: #f8fafc; padding: 15px 20px; margin: 25px 0; border-radius: 8px;"><p style="font-size: 18px; margin: 0; text-indent: 0; text-align: justify;"><strong>หมายเหตุ</strong> บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป การใช้สิทธิทางภาษีควรพิจารณาข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี ประเภทหลักสูตร ผู้จัดการศึกษาและฝึกอบรม รวมถึงเอกสารประกอบให้ครบถ้วนก่อนนำไปใช้ในการคำนวณภาษี</p></div><h2 id="references" style="font-size: 24px; color: #1e3a8a; margin-top: 35px; margin-bottom: 15px; font-weight: bold;">เอกสารอ้างอิง</h2><ol style="font-size: 20px; margin-top: 15px; padding-left: 25px; line-height: 1.9;"><li>ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (13)</li><li>พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรฯ (ฉบับที่ 437) พ.ศ. 2548 มาตรา 4</li><li>ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องการกำหนดสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงาน ซึ่งมีการปรับปรุงในปี 2567</li><li>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 148)</li><li>ข้อหารือกรมสรรพากรเลขที่ 0702/3297 กรณีบริษัทส่งพนักงานศึกษาต่อระดับปริญญาตรีและปริญญาโท</li></ol></div>								</div>
				</div>
				<div class="elementor-element elementor-element-5ddf406 elementor-hidden-desktop elementor-hidden-tablet elementor-widget elementor-widget-text-editor" data-id="5ddf406" data-element_type="widget" data-e-type="widget" data-widget_type="text-editor.default">
				<div class="elementor-widget-container">
									<div class="article-content-mobile" style="font-family: 'Noto Sans Thai', sans-serif; line-height: 1.8; color: #333333; max-width: 100%; margin: 0 auto; padding: 15px; box-sizing: border-box;"><style>
.article-content-mobile h2,<br />.article-content-mobile h3 {<br />    scroll-margin-top: 75px;<br />}</p>
<p>.article-content-mobile table {<br />    width: 100%;<br />    border-collapse: collapse;<br />    margin: 16px 0 20px 0;<br />}</p>
<p>.article-content-mobile th,<br />.article-content-mobile td {<br />    border: 1px solid #dbe3ea;<br />    padding: 9px 8px;<br />    vertical-align: top;<br />}</p>
<p>.article-content-mobile th {<br />    background-color: #eff6ff;<br />    color: #1e3a8a;<br />    font-weight: bold;<br />}<br /></style><h1 style="font-size: 22px; color: #1a1a1a; margin-bottom: 20px; font-weight: bold; line-height: 1.45;">บริษัทส่งพนักงานเรียนต่อหรืออบรม หักค่าใช้จ่ายได้หรือไม่? หลักเกณฑ์ภาษีและสิทธิหักรายจ่าย 2 เท่า</h1><p style="font-size: 15px; text-indent: 30px; margin-bottom: 16px; text-align: justify;">การพัฒนาความรู้และทักษะของพนักงานเป็นเรื่องที่หลายบริษัทให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนให้พนักงานศึกษาต่อในระดับปริญญา การเรียนหลักสูตรวิชาชีพ หรือการส่งพนักงานเข้ารับการอบรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ในมุมภาษีเงินได้นิติบุคคล คำถามสำคัญคือ ค่าใช้จ่ายที่บริษัทออกให้สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายของกิจการได้หรือไม่ และในกรณีใดบริษัทจึงจะมีสิทธิได้รับประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติม</p><p style="font-size: 15px; text-indent: 30px; margin-bottom: 16px; text-align: justify;">หลักการสำคัญคือ ต้องแยกการพิจารณาออกเป็นสองระดับ ระดับแรกคือค่าใช้จ่ายนั้นสามารถหักเป็นรายจ่ายตามปกติของกิจการได้หรือไม่ และระดับที่สองคือค่าใช้จ่ายดังกล่าวเข้าเงื่อนไขที่จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้เพิ่มอีก 100% ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 437) พ.ศ. 2548 หรือไม่ ซึ่งในทางปฏิบัติมักเรียกว่า “สิทธิหักรายจ่าย 2 เท่า”</p><p style="font-size: 15px; text-indent: 30px; margin-bottom: 16px; text-align: justify;"><strong>บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด</strong> เห็นว่า จุดที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญไม่ใช่เพียงการมีใบเสร็จค่าเรียนหรือค่าอบรม แต่ต้องสามารถแสดงความเชื่อมโยงให้ชัดว่า พนักงานคนใดเรียนหรืออบรมหลักสูตรใด ความรู้ที่ได้รับเกี่ยวข้องกับหน้าที่หรือกิจการอย่างไร และบริษัทได้รับประโยชน์จากการพัฒนาบุคลากรนั้นในลักษณะใด</p><nav style="background-color: #f8fafc; padding: 18px; border-radius: 10px; margin: 25px 0; border: 1px solid #e2e8f0;"><span style="font-size: 17px; color: #1e3a8a; font-weight: bold; display: block; margin-bottom: 10px;"><br />สารบัญเนื้อหาสำคัญ<br /></span><ol style="font-size: 15px; margin: 0; padding-left: 20px; line-height: 1.85;"><li><a style="text-decoration: none; color: #0284c7;" href="#m-tax-principle">หลักใหญ่ตามประมวลรัษฎากร</a></li><li><a style="text-decoration: none; color: #0284c7;" href="#m-employee-study">กรณีบริษัทส่งพนักงานเรียนต่อ</a></li><li><a style="text-decoration: none; color: #0284c7;" href="#m-extra-deduction">เงื่อนไขสำคัญของการเรียนต่อเพื่อใช้สิทธิเพิ่มอีก 100%</a></li><li><a style="text-decoration: none; color: #0284c7;" href="#m-receipt">ใบเสร็จค่าเรียนออกชื่อพนักงานได้หรือไม่</a></li><li><a style="text-decoration: none; color: #0284c7;" href="#m-employment-agreement">ต้องทำสัญญาผูกพันพนักงานหรือไม่</a></li><li><a style="text-decoration: none; color: #0284c7;" href="#m-employee-training">กรณีบริษัทส่งพนักงานไปอบรม</a></li><li><a style="text-decoration: none; color: #0284c7;" href="#m-documents">เอกสารที่บริษัทควรจัดเตรียม</a></li><li><a style="text-decoration: none; color: #0284c7;" href="#m-recommendation">ข้อเสนอแนะสำหรับบริษัทที่ต้องการดำเนินการจริง</a></li><li><a style="text-decoration: none; color: #0284c7;" href="#m-summary">สรุปสำหรับผู้ประกอบการ</a></li><li><a style="text-decoration: none; color: #0284c7;" href="#m-references">เอกสารอ้างอิง</a></li></ol></nav><h2 id="m-tax-principle" style="font-size: 20px; color: #1e3a8a; margin-top: 28px; margin-bottom: 12px; font-weight: bold;">1. หลักใหญ่ตามประมวลรัษฎากร</h2><p style="font-size: 15px; text-indent: 30px; margin-bottom: 16px; text-align: justify;">ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (13) กำหนดหลักเกี่ยวกับรายจ่ายที่มิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะว่าเป็นรายจ่ายต้องห้าม ดังนั้น การที่บริษัทออกค่าใช้จ่ายให้พนักงานเรียนต่อหรือเข้ารับการอบรม จะนำมาหักเป็นรายจ่ายได้หรือไม่นั้น ต้องพิจารณาว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับการประกอบกิจการและก่อให้เกิดประโยชน์แก่บริษัทหรือไม่</p><p style="font-size: 15px; text-indent: 30px; margin-bottom: 16px; text-align: justify;">หากบริษัทสามารถพิสูจน์ได้ว่าการศึกษาและการอบรมมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความรู้ ความสามารถ หรือทักษะที่พนักงานจะนำกลับมาใช้กับงานของบริษัท ค่าใช้จ่ายดังกล่าวโดยหลักมีเหตุผลรองรับว่าเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการ กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยกรณีบริษัทส่งพนักงานศึกษาต่อระดับปริญญาตรีและปริญญาโทในมหาวิทยาลัยภายในประเทศว่า หากการศึกษานั้นเป็นประโยชน์แก่การดำเนินงานของบริษัท ค่าใช้จ่ายสามารถนำมาหักในการคำนวณกำไรสุทธิได้</p><p style="font-size: 15px; text-indent: 30px; margin-bottom: 16px; text-align: justify;">อย่างไรก็ตาม การหักเป็นรายจ่ายตามปกติกับการใช้สิทธิทางภาษีเพิ่มเติมเป็นคนละเรื่องกัน หลักสูตรหนึ่งอาจเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการและหักได้ตามปกติ แต่หากไม่ผ่านเงื่อนไขของสิทธิพิเศษ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถนำมาหักเพิ่มอีก 100% ได้</p><div style="overflow-x: auto; -webkit-overflow-scrolling: touch;"><table style="font-size: 15px; width: 100%; min-width: 620px; border-collapse: collapse; border: 1px solid #dbe3ea; font-family: 'Noto Sans Thai', sans-serif; line-height: 1.6;"><thead><tr><th style="border: 1px solid #dbe3ea; padding: 9px 8px; background-color: #eff6ff; color: #1e3a8a; text-align: left; font-weight: bold; vertical-align: top;">ลักษณะค่าใช้จ่าย</th><th style="border: 1px solid #dbe3ea; padding: 9px 8px; background-color: #eff6ff; color: #1e3a8a; text-align: left; font-weight: bold; vertical-align: top;">การหักเป็นรายจ่ายปกติ</th><th style="border: 1px solid #dbe3ea; padding: 9px 8px; background-color: #eff6ff; color: #1e3a8a; text-align: left; font-weight: bold; vertical-align: top;">โอกาสใช้สิทธิเพิ่มอีก 100%</th></tr></thead><tbody><tr><td style="border: 1px solid #dbe3ea; padding: 9px 8px; vertical-align: top;">ส่งพนักงานเรียนต่อ เช่น ปริญญาตรีหรือปริญญาโท</td><td style="border: 1px solid #dbe3ea; padding: 9px 8px; vertical-align: top;">หักได้ หากเกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อกิจการ</td><td style="border: 1px solid #dbe3ea; padding: 9px 8px; vertical-align: top;">อาจใช้ได้ หากเข้าเงื่อนไข พ.ร.ฎ. 437</td></tr><tr><td style="border: 1px solid #dbe3ea; padding: 9px 8px; vertical-align: top;">ส่งพนักงานไปอบรมหรือสัมมนา</td><td style="border: 1px solid #dbe3ea; padding: 9px 8px; vertical-align: top;">หักได้ หากเกี่ยวข้องกับงาน</td><td style="border: 1px solid #dbe3ea; padding: 9px 8px; vertical-align: top;">อาจใช้ได้ หากหลักสูตร สถานอบรม และเอกสารเข้าเงื่อนไข</td></tr><tr><td style="border: 1px solid #dbe3ea; padding: 9px 8px; vertical-align: top;">หลักสูตรเพื่อประโยชน์ส่วนตัวและไม่เกี่ยวข้องกับงาน</td><td style="border: 1px solid #dbe3ea; padding: 9px 8px; vertical-align: top;">มีความเสี่ยงถูกตัดเป็นรายจ่ายต้องห้าม</td><td style="border: 1px solid #dbe3ea; padding: 9px 8px; vertical-align: top;">ไม่เข้าเงื่อนไข</td></tr><tr><td style="border: 1px solid #dbe3ea; padding: 9px 8px; vertical-align: top;">บริษัทจ่ายค่าเรียนแต่ไม่มีหลักฐานว่าเป็นผู้ส่งหรือสนับสนุน</td><td style="border: 1px solid #dbe3ea; padding: 9px 8px; vertical-align: top;">มีความเสี่ยงสูงด้านการพิสูจน์รายจ่าย</td><td style="border: 1px solid #dbe3ea; padding: 9px 8px; vertical-align: top;">เสี่ยงไม่ผ่านเงื่อนไข</td></tr><tr><td style="border: 1px solid #dbe3ea; padding: 9px 8px; vertical-align: top;">เรียนหรืออบรมในต่างประเทศ</td><td style="border: 1px solid #dbe3ea; padding: 9px 8px; vertical-align: top;">อาจหักตามปกติได้ หากพิสูจน์ความเกี่ยวข้องกับกิจการ</td><td style="border: 1px solid #dbe3ea; padding: 9px 8px; vertical-align: top;">โดยหลักสิทธิตามมาตรา 4 (1) ของ พ.ร.ฎ. 437 กำหนดการศึกษาและอบรมในประเทศไทย</td></tr></tbody></table></div><h2 id="m-employee-study" style="font-size: 20px; color: #1e3a8a; margin-top: 28px; margin-bottom: 12px; font-weight: bold;">2. กรณีบริษัทส่งพนักงานเรียนต่อ</h2><p style="font-size: 15px; text-indent: 30px; margin-bottom: 16px; text-align: justify;">การเรียนต่ออาจครอบคลุมตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท หลักสูตรประกาศนียบัตร ไปจนถึงหลักสูตรวิชาชีพ สิ่งสำคัญคือวิชาที่เรียนควรมีความสัมพันธ์กับตำแหน่งงานหรือแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัท เช่น พนักงานบัญชีศึกษาด้านบัญชีหรือภาษี พนักงานฝ่ายเทคโนโลยีเรียน Data Analytics หรือ AI ฝ่ายบริหารศึกษาด้านบริหารธุรกิจ หรือฝ่ายทรัพยากรบุคคลศึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล</p><p style="font-size: 15px; text-indent: 30px; margin-bottom: 16px; text-align: justify;">เมื่อสามารถแสดงได้ว่าการศึกษาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาบุคลากรเพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการ ค่าใช้จ่ายจึงมีเหตุผลรองรับสำหรับการหักเป็นรายจ่ายตามปกติ นอกจากนี้ หากเข้าเงื่อนไขของพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 437) มาตรา 4 (1) บริษัทยังอาจได้รับยกเว้นภาษีเงินได้เพิ่มเติมอีกจำนวน 100% ของรายจ่าย</p><div style="background-color: #eff6ff; border-left: 4px solid #2563eb; padding: 15px 16px; margin: 20px 0; border-radius: 7px;"><p style="font-size: 15px; margin: 0; text-indent: 30px; text-align: justify;"><strong>ตัวอย่างการคำนวณ</strong> หากบริษัทจ่ายค่าเล่าเรียน 200,000 บาทและเข้าเงื่อนไขครบถ้วน บริษัทบันทึกค่าใช้จ่ายทางบัญชีตามจริง 200,000 บาท และอาจได้รับสิทธิทางภาษีเพิ่มอีก 200,000 บาท ทำให้ผลทางภาษีเทียบเท่าการหักรายจ่าย 400,000 บาท</p></div><h2 id="m-extra-deduction" style="font-size: 20px; color: #1e3a8a; margin-top: 28px; margin-bottom: 12px; font-weight: bold;">3. เงื่อนไขสำคัญของการเรียนต่อเพื่อใช้สิทธิเพิ่มอีก 100%</h2><p style="font-size: 15px; text-indent: 30px; margin-bottom: 16px; text-align: justify;">การใช้สิทธิเพิ่มอีก 100% ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเพียงเพราะบริษัทเป็นผู้จ่ายค่าเล่าเรียน การศึกษาหรือการอบรมต้องเกิดขึ้นในประเทศไทย และมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพ ความรู้ ความสามารถ ทักษะ หรือฝีมือของลูกจ้างเพื่อประโยชน์ของกิจการนายจ้าง</p><p style="font-size: 15px; text-indent: 30px; margin-bottom: 16px; text-align: justify;">สถานศึกษาต้องเป็นประเภทที่กฎหมายกำหนด และหากเป็นหลักสูตรระดับอุดมศึกษา หลักสูตรต้องได้รับอนุมัติตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</p><p style="font-size: 15px; text-indent: 30px; margin-bottom: 16px; text-align: justify;">ค่าใช้จ่ายที่อาจอยู่ในขอบเขตของสิทธิไม่ได้จำกัดเพียงค่าเล่าเรียน แต่อาจรวมถึงค่าลงทะเบียน ค่าบำรุง และในกรณีการฝึกอบรมอาจรวมค่าธรรมเนียม ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าเดินทาง และค่าดูงาน หากเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรและสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมเป็นผู้เรียกเก็บ</p><div style="background-color: #fff7ed; border-left: 4px solid #f97316; padding: 15px 16px; margin: 20px 0; border-radius: 7px;"><p style="font-size: 15px; margin: 0; text-indent: 30px; text-align: justify;"><strong>คำแนะนำจากบริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด</strong> ควรตรวจสอบสถานศึกษา หลักสูตร สถานที่เรียน และองค์ประกอบค่าใช้จ่ายก่อนอนุมัติ ไม่ควรรอจนถึงช่วงยื่นภาษีจึงตรวจว่าเข้าเงื่อนไขสิทธิพิเศษหรือไม่</p></div><h2 id="m-receipt" style="font-size: 20px; color: #1e3a8a; margin-top: 28px; margin-bottom: 12px; font-weight: bold;">4. ใบเสร็จค่าเรียนออกชื่อพนักงานได้หรือไม่</h2><p style="font-size: 15px; text-indent: 30px; margin-bottom: 16px; text-align: justify;">หากสถานศึกษาสามารถออกใบเสร็จในนามบริษัทได้จะทำให้หลักฐานชัดเจนที่สุด อย่างไรก็ตาม สำหรับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา แม้ใบเสร็จออกในชื่อพนักงานที่บริษัทส่งไปศึกษา ก็สามารถใช้เป็นหลักฐานประกอบได้ตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง</p><p style="font-size: 15px; text-indent: 30px; margin-bottom: 16px; text-align: justify;">ประเด็นสำคัญคือบริษัทต้องสามารถพิสูจน์ได้ว่าค่าใช้จ่ายนั้นเกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของกิจการ และบริษัทเป็นผู้อนุมัติหรือสนับสนุนการศึกษาอย่างแท้จริง</p><h2 id="m-employment-agreement" style="font-size: 20px; color: #1e3a8a; margin-top: 28px; margin-bottom: 12px; font-weight: bold;">5. ต้องทำสัญญาผูกพันพนักงานหรือไม่</h2><p style="font-size: 15px; text-indent: 30px; margin-bottom: 16px; text-align: justify;">หากบริษัทต้องการใช้สิทธิเพิ่มอีก 100% เงื่อนไขให้พนักงานกลับเข้าทำงานหลังสำเร็จการศึกษาหรือผ่านการฝึกอบรมมีความสำคัญ บริษัทสามารถกำหนดระยะเวลาทำงานต่อให้เหมาะสมกับประโยชน์ของกิจการได้ แต่ควรจัดทำเป็นเอกสารที่ชัดเจน</p><p style="font-size: 15px; text-indent: 30px; margin-bottom: 16px; text-align: justify;">หากพนักงานไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข เช่น ลาออกก่อนจบหรือไม่กลับมาทำงาน บริษัทอาจเสียสิทธิยกเว้นภาษีเพิ่มอีก 100% และอาจต้องปรับปรุงแบบภาษีที่เคยใช้สิทธิไว้</p><h2 id="m-employee-training" style="font-size: 20px; color: #1e3a8a; margin-top: 28px; margin-bottom: 12px; font-weight: bold;">6. กรณีบริษัทส่งพนักงานไปอบรม</h2><p style="font-size: 15px; text-indent: 30px; margin-bottom: 16px; text-align: justify;">การอบรมด้านบัญชีและภาษี AI, Cybersecurity, Excel หรือ Power BI การตลาดออนไลน์ การบริหารงาน ภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ หรือกฎหมายแรงงาน หากเกี่ยวข้องกับหน้าที่หรือการดำเนินกิจการ บริษัทสามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักเป็นรายจ่ายตามปกติได้</p><h3 style="font-size: 18px; color: #0f172a; margin-top: 22px; margin-bottom: 8px; font-weight: bold;">ส่งพนักงานไปอบรมกับสถาบันภายนอก</h3><p style="font-size: 15px; text-indent: 30px; margin-bottom: 16px; text-align: justify;">หากเป็นการอบรมกับสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมที่เข้าเกณฑ์ และเป็น Public Training หรือหลักสูตรตามลักษณะที่ประกาศกำหนด บริษัทอาจพิจารณาใช้สิทธิตามมาตรา 4 (1) ของพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 437) ได้</p><h3 style="font-size: 18px; color: #0f172a; margin-top: 22px; margin-bottom: 8px; font-weight: bold;">บริษัทจัดอบรมพนักงานเอง</h3><p style="font-size: 15px; text-indent: 30px; margin-bottom: 16px; text-align: justify;">กรณีบริษัทจัดอบรมเองจะอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ตามมาตรา 4 (2) โดยหลักสูตรต้องจัดเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานและได้รับการรับรองจากกระทรวงแรงงาน ค่าใช้จ่ายต้องอยู่ในอัตราที่ได้รับอนุมัติ การอบรมต้องเป็นประโยชน์ต่อกิจการ และผู้เข้าอบรมต้องเป็นลูกจ้างของบริษัทตามเงื่อนไขที่กำหนด</p><div style="background-color: #fff7ed; border-left: 4px solid #f97316; padding: 15px 16px; margin: 20px 0; border-radius: 7px;"><p style="font-size: 15px; margin: 0; text-indent: 30px; text-align: justify;"><strong>ประเด็นสำคัญ</strong> ค่าอบรมทุกหลักสูตรไม่ได้หักได้ 2 เท่า หากเกี่ยวข้องกับกิจการแต่ไม่ผ่านเงื่อนไขสิทธิพิเศษ ค่าใช้จ่ายอาจยังหักได้ตามปกติ</p></div><h2 id="m-documents" style="font-size: 20px; color: #1e3a8a; margin-top: 28px; margin-bottom: 12px; font-weight: bold;">7. เอกสารที่บริษัทควรจัดเตรียม</h2><p style="font-size: 15px; text-indent: 30px; margin-bottom: 16px; text-align: justify;">บริษัทควรวางระบบเอกสารก่อนเริ่มการศึกษาและการฝึกอบรม เพื่อให้สามารถพิสูจน์ความเกี่ยวข้องกับกิจการและรองรับการใช้สิทธิทางภาษีได้อย่างเป็นระบบ</p><ol style="font-size: 15px; line-height: 1.8; padding-left: 20px;"><li style="margin-bottom: 8px;"><strong>นโยบายพัฒนาบุคลากร</strong> ระบุวัตถุประสงค์ในการพัฒนาความรู้และประสิทธิภาพการทำงาน</li><li style="margin-bottom: 8px;"><strong>หนังสืออนุมัติ</strong> ระบุพนักงาน ตำแหน่ง หลักสูตร สถานศึกษา ระยะเวลา ค่าใช้จ่าย และความเกี่ยวข้องกับกิจการ</li><li style="margin-bottom: 8px;"><strong>สัญญาสนับสนุนการศึกษาและฝึกอบรม</strong> กำหนดเงื่อนไขการกลับมาปฏิบัติงาน</li><li style="margin-bottom: 8px;"><strong>รายละเอียดหลักสูตร</strong> รวมถึงตารางเรียน กำหนดการ และเอกสารสถานศึกษา</li><li style="margin-bottom: 8px;"><strong>ใบแจ้งหนี้และใบเสร็จ</strong> หากทำได้ควรออกในนามบริษัท</li><li style="margin-bottom: 8px;"><strong>หลักฐานการจ่ายเงิน</strong> จากบัญชีของบริษัท</li><li style="margin-bottom: 8px;"><strong>รายงานค่าใช้จ่ายตามแบบที่กำหนด</strong> พร้อมรายละเอียดหลักสูตรและกำหนดการ</li><li><strong>หลักฐานภายหลังจบหลักสูตร</strong> เช่น Certificate รายงานผล หรือหลักฐานการนำความรู้มาใช้กับงาน</li></ol><h2 id="m-recommendation" style="font-size: 20px; color: #1e3a8a; margin-top: 28px; margin-bottom: 12px; font-weight: bold;">8. ข้อเสนอแนะสำหรับบริษัทที่ต้องการดำเนินการจริง</h2><p style="font-size: 15px; text-indent: 30px; margin-bottom: 16px; text-align: justify;">บริษัทไม่ควรกำหนดนโยบายเพียงว่าออกค่าเรียนให้พนักงาน แต่ควรระบุชัดว่าเป็นการพัฒนาความรู้ ความสามารถ และทักษะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและเพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการ</p><p style="font-size: 15px; text-indent: 30px; margin-bottom: 16px; text-align: justify;">ในการอนุมัติแต่ละครั้งควรแสดงความเชื่อมโยงระหว่างตำแหน่งงาน หลักสูตร ความรู้ที่จะได้รับ งานที่จะนำไปใช้ และประโยชน์ที่บริษัทจะได้รับ เพื่อสนับสนุนข้อเท็จจริงว่าค่าใช้จ่ายนั้นเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการ</p><div style="background-color: #f0fdf4; border-left: 4px solid #16a34a; padding: 15px 16px; margin: 20px 0; border-radius: 7px;"><p style="font-size: 15px; margin: 0; text-indent: 30px; text-align: justify;"><strong>มุมมองจากบริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด</strong> การจัดทำเอกสารให้เห็นลำดับ “ตำแหน่งงาน → หลักสูตร → ความรู้ที่จะได้รับ → งานที่จะนำไปใช้ → ประโยชน์ต่อบริษัท” ช่วยให้การพิสูจน์ความเกี่ยวข้องของค่าใช้จ่ายกับกิจการมีความชัดเจนมากขึ้น</p></div><h2 id="m-summary" style="font-size: 20px; color: #1e3a8a; margin-top: 28px; margin-bottom: 12px; font-weight: bold;">สรุปสำหรับผู้ประกอบการ</h2><h3 style="font-size: 18px; color: #0f172a; margin-top: 22px; margin-bottom: 8px; font-weight: bold;">กรณีบริษัทส่งพนักงานเรียนต่อ</h3><p style="font-size: 15px; text-indent: 30px; margin-bottom: 16px; text-align: justify;">หักเป็นรายจ่ายได้ หากการศึกษาเกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อกิจการ และหากเข้าเงื่อนไขของพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 437) รวมถึงเป็นสถานศึกษาที่กำหนด เรียนในประเทศไทย มีเอกสารครบ และมีเงื่อนไขให้พนักงานกลับมาทำงาน บริษัทอาจได้รับสิทธิเพิ่มอีก 100%</p><h3 style="font-size: 18px; color: #0f172a; margin-top: 22px; margin-bottom: 8px; font-weight: bold;">กรณีบริษัทส่งพนักงานไปอบรม</h3><p style="font-size: 15px; text-indent: 30px; margin-bottom: 16px; text-align: justify;">ค่าอบรมสามารถหักเป็นรายจ่ายได้ หากเกี่ยวข้องกับกิจการ ส่วนการใช้สิทธิเพิ่มอีก 100% ต้องตรวจสอบประเภทผู้จัดอบรม หลักสูตร และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องเป็นรายหลักสูตร</p><p style="font-size: 15px; text-indent: 30px; margin-bottom: 16px; text-align: justify;">ประเด็นสำคัญคือ ควรแยกคำถามว่า “หักเป็นรายจ่ายตามปกติได้หรือไม่” ออกจากคำถามว่า “ใช้สิทธิเพิ่มอีก 100% ได้หรือไม่” เพราะแม้หลักสูตรหนึ่งไม่ผ่านเงื่อนไขสิทธิพิเศษ ก็ไม่ได้หมายความว่าค่าใช้จ่ายนั้นจะเป็นรายจ่ายต้องห้ามทั้งหมด</p><p style="font-size: 15px; text-indent: 30px; margin-bottom: 16px; text-align: justify;"><strong>บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด</strong> แนะนำให้ตรวจสอบทั้งความเกี่ยวข้องกับกิจการและเงื่อนไขสิทธิทางภาษีก่อนอนุมัติ พร้อมจัดเอกสารให้ครบตั้งแต่ต้น เพื่อให้การบันทึกบัญชีและการคำนวณภาษีสามารถตรวจสอบได้</p><div style="background-color: #f8fafc; padding: 13px 15px; margin: 20px 0; border-radius: 7px;"><p style="font-size: 14px; margin: 0; text-indent: 0; text-align: justify;"><strong>หมายเหตุ</strong> บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป การใช้สิทธิทางภาษีควรพิจารณาข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี ประเภทหลักสูตร ผู้จัดการศึกษาและฝึกอบรม และเอกสารประกอบก่อนนำไปใช้ในการคำนวณภาษี</p></div><h2 id="m-references" style="font-size: 20px; color: #1e3a8a; margin-top: 28px; margin-bottom: 12px; font-weight: bold;">เอกสารอ้างอิง</h2><ol style="font-size: 15px; margin-top: 12px; padding-left: 20px; line-height: 1.8;"><li>ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (13)</li><li>พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรฯ (ฉบับที่ 437) พ.ศ. 2548 มาตรา 4</li><li>ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องการกำหนดสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงาน ซึ่งมีการปรับปรุงในปี 2567</li><li>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 148)</li><li>ข้อหารือกรมสรรพากรเลขที่ 0702/3297 กรณีบริษัทส่งพนักงานศึกษาต่อระดับปริญญาตรีและปริญญาโท</li></ol></div>								</div>
				</div>
				<div class="elementor-element elementor-element-41ffb0b elementor-widget-divider--view-line elementor-widget elementor-widget-divider" data-id="41ffb0b" data-element_type="widget" data-e-type="widget" data-widget_type="divider.default">
				<div class="elementor-widget-container">
							<div class="elementor-divider">
			<span class="elementor-divider-separator">
						</span>
		</div>
						</div>
				</div>
				<div class="elementor-element elementor-element-246c25c elementor-hidden-mobile elementor-widget elementor-widget-text-editor" data-id="246c25c" data-element_type="widget" data-e-type="widget" data-widget_type="text-editor.default">
				<div class="elementor-widget-container">
									<p data-start="3621" data-end="3662"><strong><span style="font-family: 'Noto Sans Thai'; font-size: 22px;">บริการจากสำนักงานบัญชีสยามออนไลน์</span></strong></p><p data-start="3664" data-end="4075"><span style="font-family: 'Noto Sans Thai';">   สำนักงานบัญชีสยามออนไลน์ พร้อมให้คำแนะนำและบริการวางระบบบัญชีร้านอาหารแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น</span></p><ul><li data-start="3664" data-end="4075"><span style="font-family: 'Noto Sans Thai';"><strong>ให้คำปรึกษา</strong> ช่วยวิเคราะห์และออกแบบระบบบัญชีที่เหมาะกับร้านของคุณ</span></li><li data-start="3664" data-end="4075"><span style="font-family: 'Noto Sans Thai';"><strong>จัดทำบัญชี</strong>บันทึกรายรับ-รายจ่าย จัดทำรายงานทางการเงิน และยื่นภาษี</span></li><li data-start="3664" data-end="4075"><span style="font-family: Noto Sans Thai;"><strong>วางระบบบัญชี</strong>ให้เข้ากับประเภทธุรกิจด้วยโปรแกรมบัญชี เช่น ธุรกิจซื้อมาขายไป ธุรกิจบริการ ธุรค้าขายออนไลน์ เป็นต้น</span></li><li data-start="3664" data-end="4075"><span style="font-family: 'Noto Sans Thai';"><strong> วางแผนภาษี</strong>พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการภาษีให้ถูกต้องและประหยัดที่สุด</span></li><li data-start="3664" data-end="4075"><span style="font-family: 'Noto Sans Thai';"><strong>ดูแลครบวงจร</strong>ให้คุณหมดกังวลเรื่องบัญชีและภาษี เพื่อทุ่มเทให้กับการบริหารร้านอาหารได้อย่างเต็มที่</span></li></ul><p data-start="3664" data-end="4075"><span style="font-family: 'Noto Sans Thai';"><strong data-start="4200" data-end="4228">   สำนักงานบัญชีสยามออนไลน์</strong> ยินดีช่วยคุณสร้างรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งให้กับธุรกิจร้านอาหารของคุณ</span></p>								</div>
				</div>
				<div class="elementor-element elementor-element-6e18e9a elementor-hidden-desktop elementor-hidden-tablet elementor-widget elementor-widget-text-editor" data-id="6e18e9a" data-element_type="widget" data-e-type="widget" data-widget_type="text-editor.default">
				<div class="elementor-widget-container">
									<p data-start="3621" data-end="3662"><span style="font-size: 17px;"><strong><span style="font-family: 'Noto Sans Thai';">บริการจากสำนักงานบัญชีสยามออนไลน์</span></strong></span></p>
<p data-start="3664" data-end="4075"><span style="font-family: 'Noto Sans Thai'; font-size: 15px;">   สำนักงานบัญชีสยามออนไลน์ พร้อมให้คำแนะนำและบริการวางระบบบัญชีร้านอาหารแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น</span></p>

<ul>
 	<li data-start="3664" data-end="4075"><span style="font-family: 'Noto Sans Thai'; font-size: 15px;"><strong>ให้คำปรึกษา</strong> ช่วยวิเคราะห์และออกแบบระบบบัญชีที่เหมาะกับร้านของคุณ</span></li>
 	<li data-start="3664" data-end="4075"><span style="font-family: 'Noto Sans Thai'; font-size: 15px;"><strong>จัดทำบัญชี</strong>บันทึกรายรับ-รายจ่าย จัดทำรายงานทางการเงิน และยื่นภาษี</span></li>
 	<li data-start="3664" data-end="4075"><span style="font-family: 'Noto Sans Thai'; font-size: 15px;"><strong>วางระบบบัญชี</strong>ให้เข้ากับประเภทธุรกิจด้วยโปรแกรมบัญชี เช่น ธุรกิจซื้อมาขายไป ธุรกิจบริการ ธุรค้าขายออนไลน์ เป็นต้น</span></li>
 	<li data-start="3664" data-end="4075"><span style="font-family: 'Noto Sans Thai'; font-size: 15px;"><strong> วางแผนภาษี</strong>พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการภาษีให้ถูกต้องและประหยัดที่สุด</span></li>
 	<li data-start="3664" data-end="4075"><span style="font-family: 'Noto Sans Thai'; font-size: 15px;"><strong>ดูแลครบวงจร</strong>ให้คุณหมดกังวลเรื่องบัญชีและภาษี เพื่อทุ่มเทให้กับการบริหารร้านอาหารได้อย่างเต็มที่</span></li>
</ul>
<p data-start="3664" data-end="4075"><span style="font-family: 'Noto Sans Thai'; font-size: 15px;"><strong data-start="4200" data-end="4228">   สำนักงานบัญชีสยามออนไลน์</strong> ยินดีช่วยคุณสร้างรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งให้กับธุรกิจร้านอาหารของคุณ</span></p>								</div>
				</div>
					</div>
				</div>
		<div class="elementor-element elementor-element-3212dfd e-flex e-con-boxed wpr-particle-no wpr-jarallax-no wpr-parallax-no wpr-sticky-section-no wpr-column-slider-no wpr-equal-height-no e-con e-parent" data-id="3212dfd" data-element_type="container" data-e-type="container">
					<div class="e-con-inner">
				<div class="elementor-element elementor-element-e15d75b elementor-shape-rounded elementor-grid-0 e-grid-align-center elementor-widget elementor-widget-social-icons" data-id="e15d75b" data-element_type="widget" data-e-type="widget" data-widget_type="social-icons.default">
				<div class="elementor-widget-container">
							<div class="elementor-social-icons-wrapper elementor-grid" role="list">
							<span class="elementor-grid-item" role="listitem">
					<a class="elementor-icon elementor-social-icon elementor-social-icon-facebook elementor-repeater-item-5cb9ea3" href="https://www.facebook.com/Buncheesiam.th/" target="_blank">
						<span class="elementor-screen-only">Facebook</span>
						<svg aria-hidden="true" class="e-font-icon-svg e-fab-facebook" viewBox="0 0 512 512" xmlns="http://www.w3.org/2000/svg"><path d="M504 256C504 119 393 8 256 8S8 119 8 256c0 123.78 90.69 226.38 209.25 245V327.69h-63V256h63v-54.64c0-62.15 37-96.48 93.67-96.48 27.14 0 55.52 4.84 55.52 4.84v61h-31.28c-30.8 0-40.41 19.12-40.41 38.73V256h68.78l-11 71.69h-57.78V501C413.31 482.38 504 379.78 504 256z"></path></svg>					</a>
				</span>
							<span class="elementor-grid-item" role="listitem">
					<a class="elementor-icon elementor-social-icon elementor-social-icon-map-marked-alt elementor-repeater-item-1de043c" href="https://g.co/kgs/U73iLqa" target="_blank">
						<span class="elementor-screen-only">Map-marked-alt</span>
						<svg aria-hidden="true" class="e-font-icon-svg e-fas-map-marked-alt" viewBox="0 0 576 512" xmlns="http://www.w3.org/2000/svg"><path d="M288 0c-69.59 0-126 56.41-126 126 0 56.26 82.35 158.8 113.9 196.02 6.39 7.54 17.82 7.54 24.2 0C331.65 284.8 414 182.26 414 126 414 56.41 357.59 0 288 0zm0 168c-23.2 0-42-18.8-42-42s18.8-42 42-42 42 18.8 42 42-18.8 42-42 42zM20.12 215.95A32.006 32.006 0 0 0 0 245.66v250.32c0 11.32 11.43 19.06 21.94 14.86L160 448V214.92c-8.84-15.98-16.07-31.54-21.25-46.42L20.12 215.95zM288 359.67c-14.07 0-27.38-6.18-36.51-16.96-19.66-23.2-40.57-49.62-59.49-76.72v182l192 64V266c-18.92 27.09-39.82 53.52-59.49 76.72-9.13 10.77-22.44 16.95-36.51 16.95zm266.06-198.51L416 224v288l139.88-55.95A31.996 31.996 0 0 0 576 426.34V176.02c0-11.32-11.43-19.06-21.94-14.86z"></path></svg>					</a>
				</span>
					</div>
						</div>
				</div>
					</div>
				</div>
				</div>
		]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
