การทำบัญชีมูลนิธิ ให้ถูกต้องอย่างมืออาชีพ

การทำบัญชีมูลนิธิ ให้ถูกต้องอย่างมืออาชีพ

การทำบัญชีมูลนิธิ – การทำบัญชีมูลนิธิ ให้ถูกต้องอย่างมืออาชีพ

การทำบัญชีมูลนิธิ ให้ถูกต้องอย่างมืออาชีพนั้น เมื่อมูลนิธิซึ่งเป็นนิติบุคคลที่ไม่มุ่งหวังกำไรจะเริ่มเปิดดำเนินการนั้น สิ่งสำคัญที่สุด คือมูลนิธิจะมีระบบบัญชี และระบบเอกสารอย่างไร ที่จะทำให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมีระบบ  ซึ่งสุดท้ายเมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีมูลนิธิจะต้องได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นส่วนของการดำเนินงานของโครงการต่างๆ ตลอดจนการนำส่งภาษีเงินได้ประจำปี ภ.ง.ด.55 ข้อมูลที่ได้จากการทำกิจกรรมต่างๆของมูลนิธิสามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง

     ดังนั้น การทำบัญชีมูลนิธิ จึงถือว่าเป็นหัวใจที่สำคัญเรื่องหนึ่งของการดำเนินงานของมูลนิธิ ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมาในการทำบัญชีให้มูลนิธิต่างๆ ทั้งด้านรับทำบัญชี การวางระบบบัญชี และการเป็นที่ปรึกษาการทำบัญชี การวางแผนภาษี และการบริหารการเงินกว่า 30 ปี จึงกำหนดขั้นตอนการทำบัญชีของมูลนิธิ ไม่ว่ามูลนิที่จัดตั้งขึ้นใหม่ หรือเปิดดำเนินการมานานแล้ว หากท่านอ่านบทความนี้แล้วสนใจ มีความต้องการจะสอบทานหรือปรับระบบงานของมูลนิธิให้รองรับการบริหารงานสามารถขอหารือได้  รายละเอียดเกี่ยวกับมูลนิธิที่จะทำบัญชีให้ถูกต้องอย่างมืออาชีพสามารถดำเนินงานได้ดังนี้

1.ตรวจเช็ควัตถุประสงค์การดำเนินงานมูลนิธิ

   ถ้าจะเริ่มทำบัญชีให้มูลนิธิ ผู้ทำบัญชีจะต้องเก็บข้อมูลการจัดตั้งมูลนิธิได้แก่ ใบอนุญาตจัดตั้งมูลนิธิ ข้อบังคับ ซึ่งจะทำให้ทราบว่ามูลนิธิมีวัตถุประสงค์หลักอะไรบ้าง มีข้อบังเป็นแนวปฏิบัติอะไรบ้าง ใครเป็นประธาน และกรรมการมูลนิธิ

2.จัดระบบทางเดินเอกสารต่างๆ ให้สอดคล้องกับการทำงานและการบันทึกบัญชี

   เช่น ระบบเงินฝากธนาคาร การนำฝาก และเบิกจ่าย, ระบบรายได้มูลนิธิ ระบบการจ่ายเงินค่าใช้จ่ายต่างๆของมูลนิธิ เป็นต้น (สามารถหารือผู้มีประสบการณ์ทำบัญชีมูลนิธิให้ช่วยนะนำในการช่วยจัดระบบ และปรับระบบให้สอดคล้องกับการทำงานได้ )

3.จากข้อ 2 การเขียนรายละเอียดในเอกสารใบสำคัญรับ และใบสำคัญจ่าย

   เช่น การรับเงินบริจาค ควรระบุในรายละเอียดให้ชัดเจนว่ารับบริจาคจากกิจกรรมใด เป้นเงินสดหรือดอนเข้าธนาคาร ส่วนการจ่ายเงินก็เช่นกัน ในใบสำคัญจ่ายจะต้องระบุว่าจ่ายให้ใคร ค่าอะไร จ่ายด้วยเช็คธนาคารหรือถอนเงิน ธนาคารอะไร ทั้งนี้เพื่อสะดวกต่อการค้นหาข้อมูลย้อนหลัง ซึ่งสามารถเรียกดูและเข้าใจจากบัญชีแยกประเภทสามารถหารือผู้มีประสบการณ์ได้

4.การ set up ระบบบัญชี

   ในที่นี้ ขอแนะนำให้ใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ด้วยเหตุผลเป็นการรองรับระบบการทำงานในอนาคต เพราะปัจจุบันการทำงานจะเน้นที่ระบบออนไลน์ หากมาเปลี่ยนภายหลังจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายมาก รวมถึงต้องปรับระบบทำงาน การทำงานย้อนหลัง การสอบทานความถูกต้องของการทำงาน ซึ่งจะมีปัญหามาก ในส่วนนี้ถือว่าสำคัญ หากทำไม่ดี จะให้ระบบงานไม่ถูกต้อง งานข้อมูลล่าช้า จะเป็นผลเสียอย่างมาก ( สามารถหารือผู้มีประสบการณ์ด้านการทำบัญชีมูลนิธิช่วยจัดระบบสอบทานและปรับระบบให้สอดคล้องกับการทำงานได้ )

5.ทดสอบความถูกต้องของการทำงาน

   จากข้อ 4 เมื่อ set up โปรแกรมเสร็จแล้ว ก็จะต้องทดสอบความถูกต้องของการทำงาน ในที่นี้เห็นควรให้จ้างบริษัท เจ้าของโปรแกรมบัญชีดีที่สุด เพื่อเพิ่มความมั่นใจในระบบงานที่ได้ set up ไว้

6.การนำข้อมูลพื้นฐานการทำงาน เพื่อเตรียมพร้อมก่อนการทำบัญชี

   เช่น ผังบัญชีมูลนิธิ รายละเอียดรายได้ประเภทต่างๆ รายละเอียดโครงการต่างๆ สามารถหารือผู้มีประสบการณ์การทำบัญชีมูลนิธิได้

7.ประเมินการทำงานจากข้อมูลจริง

   เมื่อเริ่มดำเนินการจะต้องมีการประเมินการทำงานจากข้อมูลจริงว่าข้อมูลถูกต้องหรือไม่ รวมถึงบางครั้งอาจมีการปรับขั้นตอนการทำงาน งานส่วนนี้สำคัญมากจะต้องมีการติดตาม และประเมินผล ปรับแก้ และที่สำคัญงานจะต้องทันการใช้ข้อมูล ในส่วนนี้ถือว่าสำคัญมากๆ(สามารถหารือผู้มีประสบการณ์ทำบัญชีมูลนิธิให้ช่วยจัดระบบสอบทานและปรับระบบให้สอดคล้องกับการทำงานได้ )

8.การจัดการเรื่องภาษีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิ

   เช่น ภาษีหัก ณ ที่จ่าย , ภาษี (ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ) การจัดทำ ภ.ง.ด.55 ( ภาษีเงินได้มูลนิธิ ) ในส่วนนี้มูลนิธิจะต้องเรียนรู้เพื่อปฏิบัติให้ถูกต้อง

9.การจัดทำเงินเดือน และประกันสังคม มูลนิธิที่มีการจ้างำนักงานทำงานประจำมูลนิธิ

  การจัดทำเงินเดือน และประกันสังคม มูลนิธิที่มีการจ้างำนักงานทำงานประจำมูลนิธิซึ่งคณะกรรมการจะต้องเรียนรู้และดำเนินการให้ถูกต้อง

10.การปิดบัญชี ประจำเดือน และการปิดบัญชีประจำปี

   เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ มูลนิธิควรมีระบบการติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่ามูลนิธิมีระบบการทำงานที่ดี ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนในการนำไปใช้บริหารงานของมูลนิธิ สามารถหารือผู้มีประสบการณ์ทำบัญชีมูลนิธิได้

11.นำข้อมูลที่ปิดประจำเดือนมาใช้ในการประชุมประจำเดือนและนำข้อมูลไปปรับแผนการทำงาน

   มูลนิธิควรมีการนำข้อมูลที่ปิดประจำเดือนมาใช้ในการประชุมประจำเดือน และนำข้อมูลไปปรับแผนการทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ รวมถึงการปิดบัญชีประจำปี และนำข้อมูลไปใช้ในการประชุมและบริหารงาน

12.ข้อมูลที่ได้จากการทำบัญชีมาทำรายงานการบริหารงาน

   จากข้อมูลที่ได้จากการปิดบัญชีประจำปี มูลนิธิจะนำข้อมูลที่ได้จากการทำบัญชีมาทำรายงานการบริหารงานสรุปผลการทำงานประจำปี เพื่อใช้บริหารงานมูลนิธิ และส่งส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

13.เรียนรู้การอ่านงบการเงิน

   คณะกรรมการมูลนิธิจะต้องเรียนรู้การอ่านงบการเงินของมูลนิธิให้เข้าใจเพื่อนำไปใช้งานบริหารมูลนิธิ

บริษัท กล่องทองการบัญชี ให้บริการ

  • รับวางระบบงานเอกสารทำบัญชีให้มูลนิธิ
  • Set up โปรแกรมบัญชีออนไลน์ให้พร้อมใช้งานกับมูลนิธิ  (eBunchee)
  • บริการให้คำปรึกษาด้านการเงิน การทำงบประมาณของมูลนิธิ
  • ให้บริการดูแลการทำบัญชี และปิดบัญชีประจำปีมูลนิธิ เพื่อให้งานทำบัญชีเสร็จทันตามกำหนดทันการประชุม
  • ให้คำปรึกษาด้านภาษีอากร สำหรับมูลนิธิ

สนใจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอคำปรึกษาได้ที่

อ.ปัญญา ศุกลินวนิช โทร 065-449-1925

หรือ p.sukalinwanit@gmail.com

บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด

รับจดทะเบียนบริษัท รับทำบัญชี ด้วยโปรแกรมบัญชีออนไลน์ รับตรวจสอบบัญชี

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

02-9640061, 02-9640062065-449-1925, 096-656-9162 

เว็บไซต์: 

บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด 

http://www.atsaccounting.co.th/ หรือ https://buncheesiam.com/  

บริษัท กล่องทองการบัญชี จำกัด

https://www.goldboxacct.com/