DBD และสรรพากรเอาจริง! ผู้ทำบัญชีชี้แจงงบไม่ได้ เสี่ยงถูกเพิกถอนใบอนุญาต

DBD และสรรพากรเอาจริง! ผู้ทำบัญชีชี้แจงงบไม่ได้ เสี่ยงถูกเพิกถอนใบอนุญาต

จากงานสัมมนาร่วมระหว่าง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และ กรมสรรพากร (RD) ในหัวข้อ “แกะปมประเด็นรายจ่ายสู่ความถูกต้องทางบัญชีและภาษีอากร” เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ได้มีการส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนถึงผู้ทำบัญชีและผู้ประกอบการทุกแห่งเกี่ยวกับการยกระดับมาตรการตรวจสอบความถูกต้องของงบการเงิน ในปัจจุบันประเด็นสำคัญที่ผู้ทำบัญชีและเจ้าของธุรกิจต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด คืออำนาจของหน่วยงานรัฐในการตรวจสอบและเอาผิดผู้ทำบัญชีที่ไม่สามารถชี้แจงที่มาที่ไปของตัวเลขทางบัญชีได้อย่างมีหลักฐานเชิงประจักษ์

หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบความผิดปกติในหมวดรายการสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นหมวดทรัพย์สิน หนี้สิน หรือส่วนของผู้ถือหุ้น แล้วผู้ทำบัญชีไม่สามารถให้คำตอบหรือแสดงเอกสารหลักฐานอ้างอิงที่ชัดเจนได้ กรณีดังกล่าวจะไม่เพียงแค่ส่งผลกระทบต่อภาระภาษีของบริษัทเท่านั้น แต่จะนำไปสู่กระบวนการลงโทษทางจรรยาบรรณวิชาชีพขั้นเด็ดขาด รวมถึงการบันทึกประวัติข้อบกพร่องชี้ขาดความผิดอย่างเข้มงวด

บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด ขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการและนักบัญชีตระหนักว่า การจัดทำงบการเงินในยุคปัจจุบันไม่ใช่เพียงการบันทึกตัวเลขลงในระบบเพื่อให้ผ่านกระบวนการยื่นภาษีประจำปีเท่านั้น แต่คือการสร้างระบบความน่าเชื่อถือและความถูกต้องที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้จริงทุกรายการ

ทั้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากร ต่างมีฐานอำนาจตามกฎหมายที่ชัดเจนในการเรียกตัวผู้ทำบัญชี ตลอดจนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าให้ถ้อยคำและยื่นส่งเอกสารประกอบการลงบัญชีเพื่อการตรวจสอบเชิงลึก

อำนาจการตรวจสอบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)

อ้างอิงตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 39 (3) ได้กำหนดให้อำนาจแก่สารวัตรใหญ่บัญชีและสารวัตรบัญชี ในการออกหนังสือเรียกผู้ทำบัญชี หรือบุคคลใดๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง มาให้ถ้อยคำ ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นส่งเอกสารทางบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชี เพื่อตรวจสอบความถูกต้องแท้จริงของการจัดทำงบการเงิน

อำนาจการตรวจสอบของกรมสรรพากร (RD)

อาศัยอำนาจตามประมวลรัษฎากร มาตรา 19 และมาตรา 73 ซึ่งมอบหมายให้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจออกหมายเรียกผู้เสียภาษี ตลอดจนบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงผู้ทำบัญชี เพื่อมาทำการไต่สวนและเรียกตรวจเอกสารหลักฐานประกอบการลงบัญชีอย่างละเอียด หากพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการเสียภาษีไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง

ระวังการถูกตัดคะแนนและบทลงโทษทางวิชาชีพ

คำว่า “ตัดคะแนน” ในทางปฏิบัติของหน่วยงานกำกับดูแล หมายถึง การบันทึกประวัติข้อบกพร่องทางวิชาชีพอย่างเป็นทางการ และนำไปสู่กระบวนการพิจารณาลงโทษทางจรรยาบรรณ การที่ผู้ทำบัญชีลงรายการทางบัญชีโดยไม่มีเอกสารประกอบที่น่าเชื่อถือ หรือมีพฤติกรรมบิดเบือนและปกปิดข้อเท็จจริง จะถือเป็นการละเมิดจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชีร้ายแรง โดยเฉพาะในด้านความโปร่งใส (Integrity) และด้านความระมัดระวังรอบคอบทางวิชาชีพ (Due Care) ตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547

บทลงโทษจากคณะกรรมการจรรยาบรรณ สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้แบ่งระดับความลงโทษตามความร้ายแรงของการกระทำความผิดออกเป็น 4 ระดับ ดังนี้

การตักเตือนเป็นหนังสือ ถือเป็นมาตรการเริ่มต้นสำหรับการบันทึกประวัติข้อบกพร่องอย่างเป็นทางการ เพื่อเตือนให้ผู้ทำบัญชีปรับปรุงมาตรฐานการทำงานให้ถูกต้อง

การภาคทัณฑ์ เป็นการลงโทษในกรณีที่มีข้อผิดพลาดร้ายแรงขึ้น โดยมีการบันทึกความผิดไว้ในประวัติวิชาชีพ ซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือในการประกอบวิชาชีพอย่างมาก

การพักการขึ้นทะเบียน เป็นการลงโทษขั้นหนักโดยสั่งห้ามปฏิบัติหน้าที่และห้ามลงลายมือชื่อรับรองเป็นผู้ทำบัญชีเป็นการชั่วคราวตามระยะเวลาที่กำหนด

การเพิกถอนการขึ้นทะเบียน ถือเป็นโทษขั้นสูงสุด โดยการยึดใบอนุญาตผู้ทำบัญชีอย่างถาวร ทำให้ไม่สามารถประกอบวิชาชีพเป็นผู้ทำบัญชีได้อีกต่อไป

วิธีป้องกันความเสี่ยงสำหรับผู้ทำบัญชี

เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการปฏิบัติงานทางวิชาชีพ และเป็นการรักษามาตรฐานคุณภาพงานบัญชีให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมาย บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด ขอเสนอแนะแนวทางปฏิบัติสำคัญที่ผู้ทำบัญชีและสถานประกอบการควรนำไปประยุกต์ใช้อย่างเคร่งครัด ดังนี้

การจัดทำกระดาษทำการ (Working Paper) อย่างเป็นระบบ ผู้ทำบัญชีต้องจัดทำกระดาษทำการเพื่อบันทึกที่มาที่ไป สาเหตุ และหลักการคำนวณในการปรับปรุงรายการบัญชีทุกครั้งอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงรายการ ณ วันสิ้นงวด หรือการบันทึกรายการบัญชีที่มีความซับซ้อน เพื่อให้มีหลักฐานรองรับการตัดสินใจทางบัญชีที่ชัดเจน

การตรวจสอบเอกสารประกอบการลงบัญชีอย่างรัดกุม ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบความถูกต้องและความแท้จริงของเอกสาร โดยเฉพาะในรายการที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งมักถูกเพ่งเล็งจากเจ้าหน้าที่ ได้แก่ รายการเงินกู้ยืมกรรมการ รายการลูกหนี้หรือเจ้าหนี้ที่ไม่มีตัวตนอยู่จริง ตลอดจนหลักเกณฑ์ในการตีราคาทรัพย์สินของกิจการ ซึ่งต้องมีสัญญา เอกสารการรับเงินโอนเงิน และบันทึกข้อตกลงที่ชัดเจนรองรับเสมอ

ข้อเสนอแนะจาก บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด การเตรียมความพร้อมทางด้านเอกสารและการมีหลักฐานอ้างอิงที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ย่อมเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดของผู้ทำบัญชี ช่วยให้สามารถชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ได้อย่างมั่นใจ ป้องกันความเสี่ยงจากการถูกลงโทษทางวิชาชีพ และช่วยสร้างความน่าเชื่อถือในระยะยาวให้กับองค์กรและสำนักงานบัญชี

สรุปแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยทางบัญชี

การเข้มงวดของ DBD และกรมสรรพากรสะท้อนให้เห็นว่า ทั้งสองหน่วยงานให้ความสำคัญกับความถูกต้องของงบการเงินเป็นอย่างมาก ผู้ทำบัญชีและผู้ประกอบการจึงต้องร่วมมือกันวางระบบเอกสารและการบันทึกบัญชีให้ถูกต้องตามความเป็นจริง การละเลยหรือไม่สามารถชี้แจงตัวเลขในงบการเงินได้ อาจนำไปสู่ผลกระทบทางกฎหมายและการสูญเสียใบอนุญาตประกอบวิชาชีพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

DBD และสรรพากรเอาจริง! ผู้ทำบัญชีชี้แจงงบไม่ได้ เสี่ยงถูกเพิกถอนใบอนุญาต

จากงานสัมมนาร่วมระหว่าง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และ กรมสรรพากร (RD) ในหัวข้อ “แกะปมประเด็นรายจ่ายสู่ความถูกต้องทางบัญชีและภาษีอากร” เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ได้มีการส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนถึงผู้ทำบัญชีและผู้ประกอบการทุกแห่งเกี่ยวกับการยกระดับมาตรการตรวจสอบความถูกต้องของงบการเงิน ในปัจจุบันประเด็นสำคัญที่ผู้ทำบัญชีและเจ้าของธุรกิจต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด คืออำนาจของหน่วยงานรัฐในการตรวจสอบและเอาผิดผู้ทำบัญชีที่ไม่สามารถชี้แจงที่มาที่ไปของตัวเลขทางบัญชีได้อย่างมีหลักฐานเชิงประจักษ์

หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบความผิดปกติในหมวดรายการสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นหมวดทรัพย์สิน หนี้สิน หรือส่วนของผู้ถือหุ้น แล้วผู้ทำบัญชีไม่สามารถให้คำตอบหรือแสดงเอกสารหลักฐานอ้างอิงที่ชัดเจนได้ กรณีดังกล่าวจะไม่เพียงแค่ส่งผลกระทบต่อภาระภาษีของบริษัทเท่านั้น แต่จะนำไปสู่กระบวนการลงโทษทางจรรยาบรรณวิชาชีพขั้นเด็ดขาด รวมถึงการบันทึกประวัติข้อบกพร่องชี้ขาดความผิดอย่างเข้มงวด

บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด ขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการและนักบัญชีตระหนักว่า การจัดทำงบการเงินในยุคปัจจุบันไม่ใช่เพียงการบันทึกตัวเลขลงในระบบเพื่อให้ผ่านกระบวนการยื่นภาษีประจำปีเท่านั้น แต่คือการสร้างระบบความน่าเชื่อถือและความถูกต้องที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้จริงทุกรายการ

ทั้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากร ต่างมีฐานอำนาจตามกฎหมายที่ชัดเจนในการเรียกตัวผู้ทำบัญชี ตลอดจนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าให้ถ้อยคำและยื่นส่งเอกสารประกอบการลงบัญชีเพื่อการตรวจสอบเชิงลึก

อำนาจการตรวจสอบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)

อ้างอิงตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 39 (3) ได้กำหนดให้อำนาจแก่สารวัตรใหญ่บัญชีและสารวัตรบัญชี ในการออกหนังสือเรียกผู้ทำบัญชี หรือบุคคลใดๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง มาให้ถ้อยคำ ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นส่งเอกสารทางบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชี เพื่อตรวจสอบความถูกต้องแท้จริงของการจัดทำงบการเงิน

อำนาจการตรวจสอบของกรมสรรพากร (RD)

อาศัยอำนาจตามประมวลรัษฎากร มาตรา 19 และมาตรา 73 ซึ่งมอบหมายให้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจออกหมายเรียกผู้เสียภาษี ตลอดจนบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงผู้ทำบัญชี เพื่อมาทำการไต่สวนและเรียกตรวจเอกสารหลักฐานประกอบการลงบัญชีอย่างละเอียด หากพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการเสียภาษีไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง

ระวังการถูกตัดคะแนนและบทลงโทษทางวิชาชีพ

คำว่า “ตัดคะแนน” ในทางปฏิบัติของหน่วยงานกำกับดูแล หมายถึง การบันทึกประวัติข้อบกพร่องทางวิชาชีพอย่างเป็นทางการ และนำไปสู่กระบวนการพิจารณาลงโทษทางจรรยาบรรณ การที่ผู้ทำบัญชีลงรายการทางบัญชีโดยไม่มีเอกสารประกอบที่น่าเชื่อถือ หรือมีพฤติกรรมบิดเบือนและปกปิดข้อเท็จจริง จะถือเป็นการละเมิดจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชีร้ายแรง โดยเฉพาะในด้านความโปร่งใส (Integrity) และด้านความระมัดระวังรอบคอบทางวิชาชีพ (Due Care) ตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547

บทลงโทษจากคณะกรรมการจรรยาบรรณ สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้แบ่งระดับความลงโทษตามความร้ายแรงของการกระทำความผิดออกเป็น 4 ระดับ ดังนี้

การตักเตือนเป็นหนังสือ ถือเป็นมาตรการเริ่มต้นสำหรับการบันทึกประวัติข้อบกพร่องอย่างเป็นทางการ เพื่อเตือนให้ผู้ทำบัญชีปรับปรุงมาตรฐานการทำงานให้ถูกต้อง

การภาคทัณฑ์ เป็นการลงโทษในกรณีที่มีข้อผิดพลาดร้ายแรงขึ้น โดยมีการบันทึกความผิดไว้ในประวัติวิชาชีพ ซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือในการประกอบวิชาชีพอย่างมาก

การพักการขึ้นทะเบียน เป็นการลงโทษขั้นหนักโดยสั่งห้ามปฏิบัติหน้าที่และห้ามลงลายมือชื่อรับรองเป็นผู้ทำบัญชีเป็นการชั่วคราวตามระยะเวลาที่กำหนด

การเพิกถอนการขึ้นทะเบียน ถือเป็นโทษขั้นสูงสุด โดยการยึดใบอนุญาตผู้ทำบัญชีอย่างถาวร ทำให้ไม่สามารถประกอบวิชาชีพเป็นผู้ทำบัญชีได้อีกต่อไป

วิธีป้องกันความเสี่ยงสำหรับผู้ทำบัญชี

เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการปฏิบัติงานทางวิชาชีพ และเป็นการรักษามาตรฐานคุณภาพงานบัญชีให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมาย บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด ขอเสนอแนะแนวทางปฏิบัติสำคัญที่ผู้ทำบัญชีและสถานประกอบการควรนำไปประยุกต์ใช้อย่างเคร่งครัด ดังนี้

การจัดทำกระดาษทำการ (Working Paper) อย่างเป็นระบบ ผู้ทำบัญชีต้องจัดทำกระดาษทำการเพื่อบันทึกที่มาที่ไป สาเหตุ และหลักการคำนวณในการปรับปรุงรายการบัญชีทุกครั้งอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงรายการ ณ วันสิ้นงวด หรือการบันทึกรายการบัญชีที่มีความซับซ้อน เพื่อให้มีหลักฐานรองรับการตัดสินใจทางบัญชีที่ชัดเจน

การตรวจสอบเอกสารประกอบการลงบัญชีอย่างรัดกุม ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบความถูกต้องและความแท้จริงของเอกสาร โดยเฉพาะในรายการที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งมักถูกเพ่งเล็งจากเจ้าหน้าที่ ได้แก่ รายการเงินกู้ยืมกรรมการ รายการลูกหนี้หรือเจ้าหนี้ที่ไม่มีตัวตนอยู่จริง ตลอดจนหลักเกณฑ์ในการตีราคาทรัพย์สินของกิจการ ซึ่งต้องมีสัญญา เอกสารการรับเงินโอนเงิน และบันทึกข้อตกลงที่ชัดเจนรองรับเสมอ

ข้อเสนอแนะจาก บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด การเตรียมความพร้อมทางด้านเอกสารและการมีหลักฐานอ้างอิงที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ย่อมเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดของผู้ทำบัญชี ช่วยให้สามารถชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ได้อย่างมั่นใจ ป้องกันความเสี่ยงจากการถูกลงโทษทางวิชาชีพ และช่วยสร้างความน่าเชื่อถือในระยะยาวให้กับองค์กรและสำนักงานบัญชี

สรุปแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยทางบัญชี

การเข้มงวดของ DBD และกรมสรรพากรสะท้อนให้เห็นว่า ทั้งสองหน่วยงานให้ความสำคัญกับความถูกต้องของงบการเงินเป็นอย่างมาก ผู้ทำบัญชีและผู้ประกอบการจึงต้องร่วมมือกันวางระบบเอกสารและการบันทึกบัญชีให้ถูกต้องตามความเป็นจริง การละเลยหรือไม่สามารถชี้แจงตัวเลขในงบการเงินได้ อาจนำไปสู่ผลกระทบทางกฎหมายและการสูญเสียใบอนุญาตประกอบวิชาชีพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

บริการจากสำนักงานบัญชีสยามออนไลน์

   สำนักงานบัญชีสยามออนไลน์ พร้อมให้คำแนะนำและบริการวางระบบบัญชีร้านอาหารแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น

  • ให้คำปรึกษา ช่วยวิเคราะห์และออกแบบระบบบัญชีที่เหมาะกับร้านของคุณ
  • จัดทำบัญชีบันทึกรายรับ-รายจ่าย จัดทำรายงานทางการเงิน และยื่นภาษี
  • วางระบบบัญชีให้เข้ากับประเภทธุรกิจด้วยโปรแกรมบัญชี เช่น ธุรกิจซื้อมาขายไป ธุรกิจบริการ ธุรค้าขายออนไลน์ เป็นต้น
  • วางแผนภาษีพร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการภาษีให้ถูกต้องและประหยัดที่สุด
  • ดูแลครบวงจรให้คุณหมดกังวลเรื่องบัญชีและภาษี เพื่อทุ่มเทให้กับการบริหารร้านอาหารได้อย่างเต็มที่

   สำนักงานบัญชีสยามออนไลน์ ยินดีช่วยคุณสร้างรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งให้กับธุรกิจร้านอาหารของคุณ

บริการจากสำนักงานบัญชีสยามออนไลน์

   สำนักงานบัญชีสยามออนไลน์ พร้อมให้คำแนะนำและบริการวางระบบบัญชีร้านอาหารแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น

  • ให้คำปรึกษา ช่วยวิเคราะห์และออกแบบระบบบัญชีที่เหมาะกับร้านของคุณ
  • จัดทำบัญชีบันทึกรายรับ-รายจ่าย จัดทำรายงานทางการเงิน และยื่นภาษี
  • วางระบบบัญชีให้เข้ากับประเภทธุรกิจด้วยโปรแกรมบัญชี เช่น ธุรกิจซื้อมาขายไป ธุรกิจบริการ ธุรค้าขายออนไลน์ เป็นต้น
  • วางแผนภาษีพร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการภาษีให้ถูกต้องและประหยัดที่สุด
  • ดูแลครบวงจรให้คุณหมดกังวลเรื่องบัญชีและภาษี เพื่อทุ่มเทให้กับการบริหารร้านอาหารได้อย่างเต็มที่

   สำนักงานบัญชีสยามออนไลน์ ยินดีช่วยคุณสร้างรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งให้กับธุรกิจร้านอาหารของคุณ