คู่มือมนุษย์เงินหมอ ทำบัญชีธุรกิจคลินิกและสถานพยาบาลขนาดเล็กอย่างไรให้ถูกต้อง ไม่ปวดหัวเรื่องภาษี
การเปิดคลินิกเพื่อรักษาคนไข้เป็นภารกิจที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญขั้นสูง แต่ในทางปฏิบัติ แพทย์และผู้ประกอบการสถานพยาบาลขนาดเล็กจำนวนมากมักต้องเผชิญกับอาการไข้ขึ้นจากปัญหาการจัดการหลังบ้าน โดยเฉพาะเรื่องของระบบบัญชีและภาษี เนื่องจากธุรกิจคลินิก ไม่ว่าจะเป็นคลินิกเวชกรรม คลินิกทันตกรรม คลินิกเสริมความงาม หรือคลินิกแพทย์แผนไทย มีโครงสร้างรายรับและรายจ่ายที่มีความเฉพาะตัวสูงมาก มีความซับซ้อนทั้งในส่วนของรายได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มและรายได้ที่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนการบริหารจัดการค่าแพทย์หรือที่เรียกกันว่า Doctor Fee
ความซับซ้อนเหล่านี้หากไม่ได้รับการวางระบบที่ดีตั้งแต่ต้น ย่อมกลายเป็นจุดเสี่ยงสำคัญที่อาจนำมาซึ่งเบี้ยปรับย้อนหลังมูลค่ามหาศาล ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการวางระบบบัญชีและภาษีเชิงลึก บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด จึงได้สรุปประเด็นสำคัญและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องเพื่อช่วยให้สถานพยาบาลของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยจากความเสี่ยงทางภาษี
1. 3 จุดสลบเรื่องบัญชีและภาษีที่คนทำคลินิกมักพลาด
จากการทำบัญชีและตรวจสอบภาษีเชิงลึกพบว่า สถานพยาบาลขนาดเล็กส่วนใหญ่มักประสบปัญหาจากความไม่ชัดเจนในข้อกฎหมาย ซึ่งกลายเป็นจุดสลบทางบัญชีที่สรรพากรใช้ในการประเมินภาษีบ่อยครั้ง โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเด็นหลักดังต่อไปนี้
การแยกประเภทรายได้ไม่ถูกต้องจนเสี่ยงโดนค่าปรับภาษีมูลค่าเพิ่มย้อนหลัง
ผู้ประกอบการหลายท่านมักเข้าใจผิดว่ารายได้ทั้งหมดของคลินิกจะได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT แต่ในความเป็นจริงแล้ว กรมสรรพากรมีการจำแนกอย่างชัดเจน โดยรายได้ที่ได้รับสิทธิยกเว้น VAT จะต้องเป็นรายได้จากการประกอบโรคศิลปะ การรักษาพยาบาลโดยตรง และการจ่ายยาตามใบสั่งแพทย์เท่านั้น ในขณะที่รายได้จากการขายสกินแคร์ คอร์สบุฟเฟต์ความงามที่ไม่เข้าเงื่อนไขการรักษาทางการแพทย์ หรือการจำหน่ายอาหารเสริม รายการเหล่านี้ถือเป็นรายได้จากการขายสินค้าและบริการ ซึ่งหากมีมูลค่าเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี กิจการมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนและนำส่ง VAT ร้อยละ 7 ทันที
การบริหารจัดการค่ามือหมอหรือส่วนแบ่งแพทย์ผิดประเภท
ปัญหายอดฮิตในทางปฏิบัติคือการจัดการภาษีเงินได้สำหรับแพทย์พาร์ทไทม์หรือแพทย์เวร การระบุประเภทเงินได้ในสัญญารวมถึงการยื่นแบบภาษีผิดพลาด เช่น การนำเงินค่า Doctor Fee ไปยื่นเป็นเงินได้ประเภท 40(1) หรือ 40(2) ทั้งที่ลักษณะโครงสร้างงานจริงเข้าข่ายเงินได้ประเภท 40(6) ซึ่งเป็นวิชาชีพอิสระ ความคลาดเคลื่อนนี้ไม่เพียงแต่ทำให้คลินิกเสียสิทธิประโยชน์ในการคำนวณต้นทุน แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อตัวคุณหมอที่ต้องแบกรับภาระภาษีที่สูงเกินความเป็นจริง
เอกสารค่าใช้จ่ายไม่ครบถ้วนจนเกิดปัญหากำไรทางบัญชีสูงเกินจริง
คลินิกหลายแห่งนิยมจัดซื้อวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ เวชภัณฑ์ ยา หรือเครื่องมือแพทย์จากซัพพลายเออร์ที่ไม่มีการออกบิลเงินสดที่ถูกต้อง หรือไม่สามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้ เมื่อนักบัญชีไม่สามารถนำค่าใช้จ่ายเหล่านั้นมาลงบันทึกในระบบภาษีได้เนื่องจากเอกสารไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะส่งผลให้งบการเงินแสดงตัวเลขกำไรที่สูงเกินความเป็นจริง หรือที่เรียกว่ากำไรทิพย์ ทำให้กิจการต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราที่สูงมาก ทั้งที่ในกระแสเงินสดจริงนั้นถูกใช้จ่ายไปหมดแล้ว
2. 4 สเต็ปทำบัญชีคลินิกให้ถูกต้อง ฉบับเข้าใจง่าย
เพื่อสร้างระบบการควบคุมภายในที่ดีและลดความเสี่ยงทางบัญชี บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด ขอแนะนำให้ผู้บริหารสถานพยาบาลนำแนวทาง 4 ขั้นตอนนี้ไปปรับใช้ในกิจการเพื่อความโปร่งใสและถูกต้อง
การแยกบัญชีธนาคารส่วนตัวออกจากบัญชีคลินิกอย่างเด็ดขาดแบบร้อยเปอร์เซ็นต์
กฎเหล็กของการทำบัญชีสถานพยาบาลคือ ห้ามใช้บัญชีเงินฝากส่วนตัวของแพทย์หรือผู้บริหารในการรับเงินโอนค่ารักษาจากคนไข้โดยเด็ดขาด กิจการควรทำการเปิดบัญชีธนาคารใหม่ในนามบริษัทหรือชื่อทางการค้าของคลินิกโดยเฉพาะ เพื่อใช้เป็นช่องทางหลักในการรับ-จ่ายเงิน ซึ่งจะช่วยให้นักบัญชีสามารถตรวจสอบยอดเงิน ตรวจสอบรายงานรายรับประจำวัน และทำกระทบยอดเงินฝากธนาคารได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
การจัดทำรายงานสรุปรายได้และจำนวนคนไข้เป็นประจำทุกวัน
กิจการจำเป็นต้องเชื่อมโยงระบบบริหารจัดการหน้าบ้านหรือระบบ POS เข้ากับการลงบันทึกบัญชี โดยต้องจัดทำรายงานสรุปยอดผู้เข้ารับบริการในแต่ละวัน แยกแยะยอดเงินโอนและเงินสดอย่างชัดเจน พร้อมทั้งจำแนกประเภทรายได้ระหว่างค่ารักษาพยาบาล ค่ายา และค่าบริการความงาม รายงานประจำวันนี้จะใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการยันความถูกต้องกับระบบสเตทเมนต์ของธนาคารเมื่อถูกเจ้าหน้าที่สรรพากรเรียกตรวจสอบ
การจัดเก็บสลิปและใบเสร็จรับเงินทุกใบอย่างเป็นระบบและเป็นหมวดหมู่
ในฝั่งของรายจ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าสถานที่ ค่าจ้างพนักงานผู้ช่วย หรือแม้กระทั่งค่าจัดพิมพ์สติ๊กเกอร์ติดซองยา จะต้องร้องขอใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จรับเงินที่ระบุชื่อและที่อยู่ของคลินิกอย่างถูกต้อง สำหรับฝั่งการจ่ายค่า Doctor Fee ให้แก่แพทย์ จะต้องมีการจัดทำเอกสารใบสำคัญรับเงินควบคู่กับหลักฐานการโอนเงินเพื่อรองรับการหักภาษี ณ ที่จ่ายในแต่ละเดือน
การเลือกรูปแบบโครงสร้างธุรกิจให้เหมาะสมระหว่างบุคคลธรรมดากับนิติบุคคล
เมื่อคลินิกเริ่มมีฐานคนไข้มากขึ้นและมีรายรับรวมเฉลี่ยเกินกว่า 1 ถึง 2 ล้านบาทขึ้นไปต่อปี การดำเนินธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดาจะทำให้ฐานภาษีเงินได้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว การตัดสินใจวางแผนปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจมาจดทะเบียนเป็นรูปแบบบริษัทจำกัดหรือนิติบุคคล จะช่วยให้กิจการสามารถบริหารต้นทุน วางแผนประเบียบคืนภาษี และเซฟเงินในกระเป๋าได้มากกว่า อีกทั้งยังช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือในสายตาของคู่ค้าและสถาบันการเงิน
3. ตารางเปรียบเทียบภาระภาษีสำหรับธุรกิจคลินิก
เพื่อให้ผู้บริหารและนักบัญชีสามารถคัดกรองและแยกแยะประเภทภาษีได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว ทางเราได้จัดทำตารางสรุปหลักเกณฑ์ภาษีมูลค่าเพิ่มและแนวทางการหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับธุรกรรมหลักของคลินิกไว้ดังนี้
| ประเภทรายได้ของกิจการ | ภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) | การหักภาษี ณ ที่จ่าย (WHT) |
|---|---|---|
| ค่ารักษาพยาบาลทั่วไป และค่ายาตามใบสั่งแพทย์ | ได้รับสิทธิยกเว้น VAT ตามกฎหมาย | ได้รับยกเว้นไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย |
| การจำหน่ายเวชสำอาง ครีมบำรุง และอาหารเสริม | ต้องเสีย VAT ในอัตราร้อยละ 7 หากรายรับรวมเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี | ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ยกเว้นกรณีขายให้แก่องค์กรธุรกิจหรือนิติบุคคล |
| ค่าจ้างแพทย์หรือส่วนแบ่งรายได้แพทย์ (Doctor Fee) | ได้รับสิทธิยกเว้น VAT ตามกฎหมาย | ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามประเภทเงินได้ที่ระบุในสัญญา เช่น อัตราร้อยละ 3 |
4. ให้บัญชีสยามออนไลน์เป็นผู้ช่วยดูแลหลังบ้านคลินิกของคุณ
การตรวจรักษาคนไข้จำเป็นต้องพึ่งพาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางฉันใด การจัดทำโครงสร้างบัญชีและระบบภาษีของสถานพยาบาลก็จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านฉันนั้น จะดีกว่าอย่างแน่นอนหากแพทย์และผู้บริหารได้ใช้เวลาทุ่มเทกับการดูแลรักษาคนไข้และพัฒนามาตรฐานทางการแพทย์อย่างเต็มที่ แล้วปล่อยให้หน้าที่อันน่าปวดหัวนี้เป็นความรับผิดชอบของทีมงานมืออาชีพ
บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด เราคือเพื่อนคู่คิดของธุรกิจสถานพยาบาลขนาดเล็กและคลินิกเฉพาะทางทุกประเภท เรามีความเข้าใจในโมเดลธุรกิจคลินิกอย่างลึกซึ้ง สามารถช่วยท่านจำแนกประเภทรายได้อย่างแม่นยำ วางแผนโครงสร้างภาษี Doctor Fee อย่างถูกต้อง และที่สำคัญคือเราดำเนินงานบนระบบออนไลน์เต็มรูปแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ช่วยให้คุณหมอสามารถส่งเอกสารผ่านแอปพลิเคชันได้อย่างสะดวกรวดเร็ว พร้อมทั้งเรียกดูงบการเงินและผลกำไรขาดทุนของคลินิกได้แบบเรียลไทม์ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดเก็บเอกสารในรูปแบบลังกระดาษอีกต่อไป
การลงทุนจดทำบัญชีกับเรามีอัตราค่าบริการที่คุ้มค่าในราคาหลักพัน แต่กิจการของคุณจะได้รับทีมงานมืออาชีพทั้งสมุห์บัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) คอยดูแลตรวจสอบอย่างใกล้ชิดเสมือนมีแผนกบัญชีส่วนตัวประจำองค์กร พร้อมทำหน้าที่เป็นตัวแทนเข้าพบและชี้แจงต่อกรมสรรพากรแทนท่านเมื่อมีข้อสงสัย เพื่อให้ธุรกิจคลินิกของคุณขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างปลอดภัย ไร้กังวลเรื่องเบี้ยปรับย้อนหลัง
อย่าปล่อยให้ปัญหาความไม่รู้ทางภาษีมาเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของสถานพยาบาลคุณ เริ่มต้นวางระบบบัญชีคลินิกที่ถูกต้องและจดทะเบียนบริษัทอย่างคุ้มค่าตั้งแต่วันนี้ โดยสามารถติดต่อเพื่อรับคำปรึกษาจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด ผ่านทางเบอร์โทรศัพท์ Line Official เฟซบุ๊ก หรือเว็บไซต์หลักของบริษัทได้ทุกวันทำการ
คู่มือมนุษย์เงินหมอ ทำบัญชีธุรกิจคลินิกและสถานพยาบาลขนาดเล็กอย่างไรให้ถูกต้อง ไม่ปวดหัวเรื่องภาษี
การเปิดคลินิกเพื่อรักษาคนไข้เป็นภารกิจที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญขั้นสูง แต่ในทางปฏิบัติ แพทย์และผู้ประกอบการสถานพยาบาลขนาดเล็กจำนวนมากมักต้องเผชิญกับอาการไข้ขึ้นจากปัญหาการจัดการหลังบ้าน โดยเฉพาะเรื่องของระบบบัญชีและภาษี เนื่องจากธุรกิจคลินิก ไม่ว่าจะเป็นคลินิกเวชกรรม คลินิกทันตกรรม คลินิกเสริมความงาม หรือคลินิกแพทย์แผนไทย มีโครงสร้างรายรับและรายจ่ายที่มีความเฉพาะตัวสูงมาก มีความซับซ้อนทั้งในส่วนของรายได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มและรายได้ที่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนการบริหารจัดการค่าแพทย์หรือที่เรียกกันว่า Doctor Fee
ความซับซ้อนเหล่านี้หากไม่ได้รับการวางระบบที่ดีตั้งแต่ต้น ย่อมกลายเป็นจุดเสี่ยงสำคัญที่อาจนำมาซึ่งเบี้ยปรับย้อนหลังมูลค่ามหาศาล ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการวางระบบบัญชีและภาษีเชิงลึก บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด จึงได้สรุปประเด็นสำคัญและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องเพื่อช่วยให้สถานพยาบาลของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยจากความเสี่ยงทางภาษี
1. 3 จุดสลบเรื่องบัญชีและภาษีที่คนทำคลินิกมักพลาด
จากการทำบัญชีและตรวจสอบภาษีเชิงลึกพบว่า สถานพยาบาลขนาดเล็กส่วนใหญ่มักประสบปัญหาจากความไม่ชัดเจนในข้อกฎหมาย ซึ่งกลายเป็นจุดสลบทางบัญชีที่สรรพากรใช้ในการประเมินภาษีบ่อยครั้ง โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเด็นหลักดังต่อไปนี้
การแยกประเภทรายได้ไม่ถูกต้องจนเสี่ยงโดนค่าปรับภาษีมูลค่าเพิ่มย้อนหลัง
ผู้ประกอบการหลายท่านมักเข้าใจผิดว่ารายได้ทั้งหมดของคลินิกจะได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT แต่ในความเป็นจริงแล้ว กรมสรรพากรมีการจำแนกอย่างชัดเจน โดยรายได้ที่ได้รับสิทธิยกเว้น VAT จะต้องเป็นรายได้จากการประกอบโรคศิลปะ การรักษาพยาบาลโดยตรง และการจ่ายยาตามใบสั่งแพทย์เท่านั้น ในขณะที่รายได้จากการขายสกินแคร์ คอร์สบุฟเฟต์ความงามที่ไม่เข้าเงื่อนไขการรักษาทางการแพทย์ หรือการจำหน่ายอาหารเสริม รายการเหล่านี้ถือเป็นรายได้จากการขายสินค้าและบริการ ซึ่งหากมีมูลค่าเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี กิจการมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนและนำส่ง VAT ร้อยละ 7 ทันที
การบริหารจัดการค่ามือหมอหรือส่วนแบ่งแพทย์ผิดประเภท
ปัญหายอดฮิตในทางปฏิบัติคือการจัดการภาษีเงินได้สำหรับแพทย์พาร์ทไทม์หรือแพทย์เวร การระบุประเภทเงินได้ในสัญญารวมถึงการยื่นแบบภาษีผิดพลาด เช่น การนำเงินค่า Doctor Fee ไปยื่นเป็นเงินได้ประเภท 40(1) หรือ 40(2) ทั้งที่ลักษณะโครงสร้างงานจริงเข้าข่ายเงินได้ประเภท 40(6) ซึ่งเป็นวิชาชีพอิสระ ความคลาดเคลื่อนนี้ไม่เพียงแต่ทำให้คลินิกเสียสิทธิประโยชน์ในการคำนวณต้นทุน แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อตัวคุณหมอที่ต้องแบกรับภาระภาษีที่สูงเกินความเป็นจริง
เอกสารค่าใช้จ่ายไม่ครบถ้วนจนเกิดปัญหากำไรทางบัญชีสูงเกินจริง
คลินิกหลายแห่งนิยมจัดซื้อวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ เวชภัณฑ์ ยา หรือเครื่องมือแพทย์จากซัพพลายเออร์ที่ไม่มีการออกบิลเงินสดที่ถูกต้อง หรือไม่สามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้ เมื่อนักบัญชีไม่สามารถนำค่าใช้จ่ายเหล่านั้นมาลงบันทึกในระบบภาษีได้เนื่องจากเอกสารไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะส่งผลให้งบการเงินแสดงตัวเลขกำไรที่สูงเกินความเป็นจริง หรือที่เรียกว่ากำไรทิพย์ ทำให้กิจการต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราที่สูงมาก ทั้งที่ในกระแสเงินสดจริงนั้นถูกใช้จ่ายไปหมดแล้ว
2. 4 สเต็ปทำบัญชีคลินิกให้ถูกต้อง ฉบับเข้าใจง่าย
เพื่อสร้างระบบการควบคุมภายในที่ดีและลดความเสี่ยงทางบัญชี บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด ขอแนะนำให้ผู้บริหารสถานพยาบาลนำแนวทาง 4 ขั้นตอนนี้ไปปรับใช้ในกิจการเพื่อความโปร่งใสและถูกต้อง
การแยกบัญชีธนาคารส่วนตัวออกจากบัญชีคลินิกอย่างเด็ดขาดแบบร้อยเปอร์เซ็นต์
กฎเหล็กของการทำบัญชีสถานพยาบาลคือ ห้ามใช้บัญชีเงินฝากส่วนตัวของแพทย์หรือผู้บริหารในการรับเงินโอนค่ารักษาจากคนไข้โดยเด็ดขาด กิจการควรทำการเปิดบัญชีธนาคารใหม่ในนามบริษัทหรือชื่อทางการค้าของคลินิกโดยเฉพาะ เพื่อใช้เป็นช่องทางหลักในการรับ-จ่ายเงิน ซึ่งจะช่วยให้นักบัญชีสามารถตรวจสอบยอดเงิน ตรวจสอบรายงานรายรับประจำวัน และทำกระทบยอดเงินฝากธนาคารได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
การจัดทำรายงานสรุปรายได้และจำนวนคนไข้เป็นประจำทุกวัน
กิจการจำเป็นต้องเชื่อมโยงระบบบริหารจัดการหน้าบ้านหรือระบบ POS เข้ากับการลงบันทึกบัญชี โดยต้องจัดทำรายงานสรุปยอดผู้เข้ารับบริการในแต่ละวัน แยกแยะยอดเงินโอนและเงินสดอย่างชัดเจน พร้อมทั้งจำแนกประเภทรายได้ระหว่างค่ารักษาพยาบาล ค่ายา และค่าบริการความงาม รายงานประจำวันนี้จะใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการยันความถูกต้องกับระบบสเตทเมนต์ของธนาคารเมื่อถูกเจ้าหน้าที่สรรพากรเรียกตรวจสอบ
การจัดเก็บสลิปและใบเสร็จรับเงินทุกใบอย่างเป็นระบบและเป็นหมวดหมู่
ในฝั่งของรายจ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าสถานที่ ค่าจ้างพนักงานผู้ช่วย หรือแม้กระทั่งค่าจัดพิมพ์สติ๊กเกอร์ติดซองยา จะต้องร้องขอใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จรับเงินที่ระบุชื่อและที่อยู่ของคลินิกอย่างถูกต้อง สำหรับฝั่งการจ่ายค่า Doctor Fee ให้แก่แพทย์ จะต้องมีการจัดทำเอกสารใบสำคัญรับเงินควบคู่กับหลักฐานการโอนเงินเพื่อรองรับการหักภาษี ณ ที่จ่ายในแต่ละเดือน
การเลือกรูปแบบโครงสร้างธุรกิจให้เหมาะสมระหว่างบุคคลธรรมดากับนิติบุคคล
เมื่อคลินิกเริ่มมีฐานคนไข้มากขึ้นและมีรายรับรวมเฉลี่ยเกินกว่า 1 ถึง 2 ล้านบาทขึ้นไปต่อปี การดำเนินธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดาจะทำให้ฐานภาษีเงินได้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว การตัดสินใจวางแผนปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจมาจดทะเบียนเป็นรูปแบบบริษัทจำกัดหรือนิติบุคคล จะช่วยให้กิจการสามารถบริหารต้นทุน วางแผนประเบียบคืนภาษี และเซฟเงินในกระเป๋าได้มากกว่า อีกทั้งยังช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือในสายตาของคู่ค้าและสถาบันการเงิน
3. ตารางเปรียบเทียบภาระภาษีสำหรับธุรกิจคลินิก
เพื่อให้ผู้บริหารและนักบัญชีสามารถคัดกรองและแยกแยะประเภทภาษีได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว ทางเราได้จัดทำตารางสรุปหลักเกณฑ์ภาษีมูลค่าเพิ่มและแนวทางการหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับธุรกรรมหลักของคลินิกไว้ดังนี้
| ประเภทรายได้ของกิจการ | ภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) | การหักภาษี ณ ที่จ่าย (WHT) |
|---|---|---|
| ค่ารักษาพยาบาลทั่วไป และค่ายาตามใบสั่งแพทย์ | ได้รับสิทธิยกเว้น VAT ตามกฎหมาย | ได้รับยกเว้นไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย |
| การจำหน่ายเวชสำอาง ครีมบำรุง และอาหารเสริม | ต้องเสีย VAT ร้อยละ 7 หากรายรับรวมเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี | ไม่ต้องหัก ยกเว้นกรณีขายให้องค์กรธุรกิจหรือนิติบุคคล |
| ค่าจ้างแพทย์หรือส่วนแบ่งรายได้แพทย์ (Doctor Fee) | ได้รับสิทธิยกเว้น VAT ตามกฎหมาย | ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามประเภทเงินได้ที่ระบุในสัญญา เช่นร้อยละ 3 |
4. ให้บัญชีสยามออนไลน์เป็นผู้ช่วยดูแลหลังบ้านคลินิกของคุณ
การตรวจรักษาคนไข้จำเป็นต้องพึ่งพาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางฉันใด การจัดทำโครงสร้างบัญชีและระบบภาษีของสถานพยาบาลก็จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านฉันนั้น จะดีกว่าอย่างแน่นอนหากแพทย์และผู้บริหารได้ใช้เวลาทุ่มเทกับการดูแลรักษาคนไข้และพัฒนามาตรฐานทางการแพทย์อย่างเต็มที่ แล้วปล่อยให้หน้าที่อันน่าปวดหัวนี้เป็นความรับผิดชอบของทีมงานมืออาชีพ
บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด เราคือเพื่อนคู่คิดของธุรกิจสถานพยาบาลขนาดเล็กและคลินิกเฉพาะทางทุกประเภท เรามีความเข้าใจในโมเดลธุรกิจคลินิกอย่างลึกซึ้ง สามารถช่วยท่านจำแนกประเภทรายได้อย่างแม่นยำ วางแผนโครงสร้างภาษี Doctor Fee อย่างถูกต้อง และที่สำคัญคือเราดำเนินงานบนระบบออนไลน์เต็มรูปแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ช่วยให้คุณหมอสามารถส่งเอกสารผ่านแอปพลิเคชันได้อย่างสะดวกรวดเร็ว พร้อมทั้งเรียกดูงบการเงินและผลกำไรขาดทุนของคลินิกได้แบบเรียลไทม์ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดเก็บเอกสารในรูปแบบลังกระดาษอีกต่อไป
การลงทุนจดทำบัญชีกับเรามีอัตราค่าบริการที่คุ้มค่าในราคาหลักพัน แต่กิจการของคุณจะได้รับทีมงานมืออาชีพทั้งสมุห์บัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) คอยดูแลตรวจสอบอย่างใกล้ชิดเสมือนมีแผนกบัญชีส่วนตัวประจำองค์กร พร้อมทำหน้าที่เป็นตัวแทนเข้าพบและชี้แจงต่อกรมสรรพากรแทนท่านเมื่อมีข้อสงสัย เพื่อให้ธุรกิจคลินิกของคุณขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างปลอดภัย ไร้กังวลเรื่องเบี้ยปรับย้อนหลัง
อย่าปล่อยให้ปัญหาความไม่รู้ทางภาษีมาเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของสถานพยาบาลคุณ เริ่มต้นวางระบบบัญชีคลินิกที่ถูกต้องและจดทะเบียนบริษัทอย่างคุ้มค่าตั้งแต่วันนี้ โดยสามารถติดต่อเพื่อรับคำปรึกษาจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด ผ่านทางเบอร์โทรศัพท์ Line Official เฟซบุ๊ก หรือเว็บไซต์หลักของบริษัทได้ทุกวันทำการ
บริการจากสำนักงานบัญชีสยามออนไลน์
สำนักงานบัญชีสยามออนไลน์ พร้อมให้คำแนะนำและบริการวางระบบบัญชีร้านอาหารแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น
- ให้คำปรึกษา ช่วยวิเคราะห์และออกแบบระบบบัญชีที่เหมาะกับร้านของคุณ
- จัดทำบัญชีบันทึกรายรับ-รายจ่าย จัดทำรายงานทางการเงิน และยื่นภาษี
- วางระบบบัญชีให้เข้ากับประเภทธุรกิจด้วยโปรแกรมบัญชี เช่น ธุรกิจซื้อมาขายไป ธุรกิจบริการ ธุรค้าขายออนไลน์ เป็นต้น
- วางแผนภาษีพร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการภาษีให้ถูกต้องและประหยัดที่สุด
- ดูแลครบวงจรให้คุณหมดกังวลเรื่องบัญชีและภาษี เพื่อทุ่มเทให้กับการบริหารร้านอาหารได้อย่างเต็มที่
สำนักงานบัญชีสยามออนไลน์ ยินดีช่วยคุณสร้างรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งให้กับธุรกิจร้านอาหารของคุณ
บริการจากสำนักงานบัญชีสยามออนไลน์
สำนักงานบัญชีสยามออนไลน์ พร้อมให้คำแนะนำและบริการวางระบบบัญชีร้านอาหารแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น
- ให้คำปรึกษา ช่วยวิเคราะห์และออกแบบระบบบัญชีที่เหมาะกับร้านของคุณ
- จัดทำบัญชีบันทึกรายรับ-รายจ่าย จัดทำรายงานทางการเงิน และยื่นภาษี
- วางระบบบัญชีให้เข้ากับประเภทธุรกิจด้วยโปรแกรมบัญชี เช่น ธุรกิจซื้อมาขายไป ธุรกิจบริการ ธุรค้าขายออนไลน์ เป็นต้น
- วางแผนภาษีพร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการภาษีให้ถูกต้องและประหยัดที่สุด
- ดูแลครบวงจรให้คุณหมดกังวลเรื่องบัญชีและภาษี เพื่อทุ่มเทให้กับการบริหารร้านอาหารได้อย่างเต็มที่
สำนักงานบัญชีสยามออนไลน์ ยินดีช่วยคุณสร้างรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งให้กับธุรกิจร้านอาหารของคุณ
