ร้านค้าออนไลน์ เงินเข้าบัญชีเยอะ ต้องระวังอะไร? 6 จุดเสี่ยงพารับภาษีย้อนหลัง
การค้าขายบนช่องทางออนไลน์ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและสามารถรับชำระเงินจากลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง การที่ร้านค้าออนไลน์ของท่านมียอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดดและมีกระแสเงินสดโอนเข้าบัญชีอย่างต่อเนื่องในแต่ละวัน ถือเป็นข้อพิสูจน์ถึงศักยภาพทางการตลาดที่ยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความสำเร็จดังกล่าว สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องตระหนักและระมัดระวังเป็นพิเศษไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินคงเหลือในบัญชีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความพร้อมในการชี้แจงต่อกรมสรรพากรว่า ยอดเงินเข้าแต่ละรายการมีแหล่งที่มาจากสิ่งใด เป็นรายได้จากการขายจริงเท่าใด และมีเอกสารหลักฐานทางการค้าประกอบอย่างถูกต้องครบถ้วนหรือไม่
ในทางปฏิบัติ ผู้ประกอบการจำนวนมากยังคงเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าการค้าขายผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตโดยไม่มีหน้าร้านแบบดั้งเดิมจะอยู่นอกขอบเขตการตรวจสอบภาษี แต่ในความเป็นจริง ประมวลรัษฎากรกำหนดให้เงินได้จากการพาณิชย์ออนไลน์ต้องนำมารวมคำนวณภาษีเช่นเดียวกับธุรกิจทั่วไป บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการวางระบบบัญชีและภาษีสำหรับธุรกิจดิจิทัล พบว่าปัญหาสำคัญของผู้ค้าออนไลน์ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนยอดขาย แต่เกิดจากระบบบริหารจัดการหลังบ้านและระบบเอกสารทางบัญชีที่ไม่แข็งแรงพอที่จะรองรับปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น
กฎหมาย e-Payment และเงื่อนไขที่ธนาคารต้องรายงานข้อมูลต่อกรมสรรพากร
ตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร สถาบันการเงินและผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องรวบรวมและนำส่งข้อมูลบุคคลที่มี “ธุรกรรมลักษณะเฉพาะ” ส่งให้แก่กรมสรรพากรภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป โดยพิจารณาจากเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังนี้ ประการแรก คือการฝากหรือรับโอนเงินเข้าบัญชีทุกบัญชีรวมกันภายในสถาบันการเงินเดียวกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไปต่อปี โดยไม่มีการกำหนดยอดเงินรวมขั้นต่ำ และประการที่สอง คือการฝากหรือรับโอนเงินเข้าบัญชีรวมกันตั้งแต่ 400 ครั้งขึ้นไป และมียอดเงินรวมตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไปต่อปี
บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด ขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการเข้าใจว่า การที่ข้อมูลบัญชีถูกนำส่งสรรพากรไม่ได้แปลว่ากิจการจะถูกเรียกเก็บภาษีทันทีในทันใด แต่ข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำไปวิเคราะห์เปรียบเทียบกับแบบแสดงรายการภาษีที่ท่านยื่นไว้ การพยายามเปิดบัญชีหลายธนาคารเพื่อกระจายยอดโอนเงินจึงไม่ใช่ทางออกที่ปลอดภัยหรือยั่งยืน แต่การจัดทำระบบบัญชีที่สามารถพิสูจน์ที่มาของยอดเงินเข้าได้ทุกบาทต่างหากคือหัวใจของการป้องกันความเสี่ยง
6 จุดเสี่ยงที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มักมองข้ามจนอาจถูกประเมินภาษีย้อนหลัง
1. ปัญหาเงินในบัญชีไม่เท่ากับรายได้จริงจากการใช้บัญชีส่วนตัวปะปนกับธุรกิจ
ยอดเงินที่ไหลเวียนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ขายออนไลน์มักประกอบด้วยธุรกรรมหลายประเภท ทั้งเงินรายได้จากการขายสินค้า เงินทุนส่วนตัว เงินกู้ยืม เงินโอนสลับบัญชี หรือเงินที่ลูกค้าโอนเข้ามาผิด หากไม่มีการจัดทำบัญชีแยกประเภทอย่างชัดเจน เจ้าพนักงานสรรพากรจะใช้ดุลยพินิจมองยอดเงินเข้าทั้งหมดเป็นฐานรายได้พึงประเมิน ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องรับภาระภาษีจากเงินก้อนที่สูงเกินความเป็นจริงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
2. การบันทึกรายได้เฉพาะเงินสุทธิที่ได้รับโอนจากแพลตฟอร์ม
แพลตฟอร์ม Marketplace ชั้นนำมักจะหักค่าธรรมเนียมการขาย ค่าบริการระบบ และค่าโฆษณา ก่อนที่จะโอนยอดเงินสุทธิเข้าบัญชีร้านค้า ตัวอย่างเช่น หากร้านค้าขายสินค้าได้ยอดรวม 100,000 บาท ถูกหักค่าธรรมเนียม 15,000 บาท และได้รับเงินโอนจริง 85,000 บาท หากร้านค้าบันทึกรายได้เพียง 85,000 บาท ยอดรายได้จะไม่ตรงกับรายงานสรุปยอดขายที่แพลตฟอร์มส่งข้อมูลให้แก่สรรพากร ซึ่งทำให้เกิดผลต่างของฐานภาษีในระบบตรวจสอบทันที
3. ยอดเงินเก็บปลายทางไม่ตรงกับยอดขายที่เกิดขึ้นจริง
การขายแบบเก็บเงินปลายทาง หรือ Cash on Delivery นั้น บริษัทขนส่งมักจะรวบรวมยอดเงินจากหลายคำสั่งซื้อและหักค่าบริการขนส่งก่อนโอนเข้าบัญชีเป็นยอดรวมก้อนเดียว หากร้านค้าไม่มีระบบกระทบยอดรายงานขนส่งกับคำสั่งซื้อรายวัน จะทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเงินก้อนดังกล่าวเป็นของรายการใด มีสินค้าถูกปฏิเสธการรับและตีกลับเท่าใด ส่งผลให้ตัวเลขรายได้และมูลค่าสต๊อกสินค้าคงเหลือคลาดเคลื่อน
4. ปัญหาต้นทุนแฝงที่จับต้องไม่ได้และขาดหลักฐานทางภาษี
ค่าใช้จ่ายในการยิงแอดโฆษณาออนไลน์ ค่าจ้างอินฟลูเอนเซอร์ รวมถึงค่าบรรจุภัณฑ์ หากไม่มีใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานที่ระบุชื่อผู้ประกอบการอย่างถูกต้องตามประมวลรัษฎากร จะไม่สามารถนำมาบันทึกเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีตามจริงได้ เมื่อหักรายจ่ายตามจริงไม่ได้ ตัวเลขกำไรจะถูกประเมินสูงเกินจริง ส่งผลให้ต้องชำระภาษีในอัตราที่แพงขึ้นอย่างมาก
5. การยื่นภาษีไม่ตรงตามรูปแบบของกิจการ
ผู้ประกอบการบุคคลธรรมดาที่ขายของออนไลน์ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) มีหน้าที่ต้องยื่นภาษีครึ่งปีด้วยแบบ ภ.ง.ด.94 และยื่นภาษีประจำปีด้วยแบบ ภ.ง.ด.90 ส่วนร้านค้าที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจะต้องยื่นภาษีตามรอบบัญชี และต้องระมัดระวังไม่ให้ลูกค้านำเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของกรรมการ เพราะอาจทำให้เกิดข้อพิพาทเรื่องการซุกซ่อนรายได้ของบริษัท
6. ภาระภาษีย้อนหลังและเพดานภาษีมูลค่าเพิ่ม 1.8 ล้านบาท
ร้านค้าออนไลน์ที่มีรายได้จากการขายสินค้าเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปีภาษี มีหน้าที่ตามกฎหมายในการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ยอดขายเกินเกณฑ์ การละเลยไม่ติดตามยอดขายสะสมและรอรวบรวมเอกสารช่วงสิ้นปี มักทำให้พลาดกำหนดเวลาจด VAT ซึ่งนำไปสู่การประเมินเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และภาษีมูลค่าเพิ่มย้อนหลังที่สูงจนอาจกระทบต่อสถานะการเงินของธุรกิจ
วิธีแก้ปัญหา เปลี่ยนความเสี่ยงเป็นความมั่นคงด้วยระบบบัญชี
ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องรับภาระความยุ่งยากของตัวเลขเพียงลำพัง บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด ขอแนะนำแนวทางปฏิบัติ 5 ขั้นตอนเพื่อวางระบบบัญชีร้านค้าออนไลน์ให้ปลอดภัยและถูกต้อง ดังนี้
ขั้นตอนแรก คือการเปิดบัญชีธนาคารสำหรับธุรกิจแยกต่างหากอย่างเด็ดขาด โดยไม่นำบัญชีส่วนตัวมารับเงินลูกค้า เพื่อให้ทุกรายการเดินบัญชีสะท้อนรายได้และรายจ่ายของร้านค้าอย่างชัดเจน ช่วยลดระยะเวลาและความยุ่งยากในการตรวจสอบ
ขั้นตอนที่สอง คือการจัดเก็บหลักฐานและเอกสารประกอบทุกธุรกรรม ไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จค่าโฆษณา ใบกำกับภาษีค่าสินค้า และค่าใช้จ่ายดำเนินงาน โดยต้องระบุชื่อผู้เสียภาษีอย่างถูกต้อง และจัดเก็บสำเนาเอกสารไว้อย่างน้อย 5 ปีตามที่กฎหมายกำหนด
ขั้นตอนที่สาม คือการจัดทำงบกระทบยอดเงินเข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน โดยนำยอดขายจากระบบหลังบ้าน รายงานการหักค่าบริการจากแพลตฟอร์ม Marketplace และรายการเดินบัญชีธนาคารมาเปรียบเทียบกัน เพื่อหาผลต่างของค่าธรรมเนียมและส่วนลด
ขั้นตอนที่สี่ คือการคัดแยกรายการที่ไม่ใช่รายได้ให้มีหลักฐานชัดเจน รายการเงินเพิ่มทุน เงินกู้ยืม หรือเงินโอนสลับบัญชี ต้องจัดทำสัญญากู้ยืมเงินและเอกสารหลักฐานการโอนรองรับไว้เสมอเพื่อแสดงต่อเจ้าพนักงาน
ขั้นตอนที่ห้า คือการวางแผนภาษีเชิงรุกและสำรองเงินภาษีล่วงหน้า ติดตามยอดขายสะสมทุกเดือนว่าใกล้แตะเกณฑ์ VAT 1.8 ล้านบาทหรือไม่ พร้อมทั้งกันเงินสำรองสำหรับจ่ายภาษีทันทีเมื่อมีกระแสเงินสดเข้ามา เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงิน
ประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำบัญชีอย่างถูกต้อง
การจัดทำระบบบัญชีที่ได้มาตรฐานช่วยสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจในหลายมิติ ประการแรกคือช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นโครงสร้างต้นทุนและกำไรที่แท้จริง ทำให้ทราบได้อย่างแม่นยำว่าสินค้ากลุ่มใดสร้างกำไรสูงสุด และช่องทางการขายใดมีค่าธรรมเนียมแฝงสูงเกินไป เพื่อนำไปปรับกลยุทธ์การตลาดได้อย่างถูกต้อง
ประการที่สอง ช่วยให้กิจการประหยัดภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถใช้สิทธิประโยชน์และนำค่าใช้จ่ายตามจริงมาหักลดหย่อนได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย หมดความกังวลใจเรื่องการถูกประเมินภาษีย้อนหลังและสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคง
ประการสุดท้าย ข้อมูลทางบัญชีและงบการเงินที่สะท้อนผลการดำเนินงานจริง จะเป็นเอกสารสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อสถาบันการเงิน ส่งผลให้การยื่นขอสินเชื่อเพื่อขยายธุรกิจทำได้อย่างรวดเร็วและได้รับวงเงินที่เหมาะสม
ถึงเวลาลงมือทำ ก่อนถูกสรรพากรเรียกตรวจ
ยอดขายหลักแสนหรือหลักล้านบาทเป็นสัญญาณทางการเงินที่ดึงดูดการตรวจสอบจากกรมสรรพากรเสมอ ร้านค้าออนไลน์ที่มีเงินหมุนเวียนในบัญชีจำนวนมากไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องภาษี หากมีระบบหลังบ้านที่สามารถชี้แจงที่มาของเงินได้อย่างโปร่งใส อย่าปล่อยให้ความสำเร็จในการขายกลายเป็นภาระภาษีย้อนหลังในอนาคต
บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด พร้อมเป็นที่ปรึกษาและช่วยวางระบบบัญชีสำหรับธุรกิจออนไลน์แบบครบวงจร ตั้งแต่การแยกบัญชีรับเงิน การกระทบยอด Marketplace การตรวจเกณฑ์จดทะเบียน VAT ไปจนถึงการยื่นแบบภาษีอย่างถูกต้องตามหลักวิชาชีพและประมวลรัษฎากร ติดต่อเราเพื่อตรวจสุขภาพทางการเงินและวางรากฐานธุรกิจของท่านตั้งแต่วันนี้
เอกสารอ้างอิงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 48) พ.ศ. 2562 และกฎกระทรวง ฉบับที่ 355 (พ.ศ. 2562) ว่าด้วยการรายงานข้อมูลบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะ (e-Payment) ต่อนายทะเบียนและกรมสรรพากร
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 40(8) มาตรา 56 และมาตรา 56 ทวิ ว่าด้วยเงินได้พึงประเมินจากการพาณิชย์และหน้าที่การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.94 และ ภ.ง.ด.90)
- พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดมูลค่าของฐานภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้รับยกเว้น (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2548 และประมวลรัษฎากร มาตรา 85/1 ว่าด้วยเกณฑ์รายได้และกำหนดเวลายื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502 และคู่มือการจัดทำเอกสารประกอบการลงบัญชีที่สามารถเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ จัดทำโดยกรมสรรพากร
ร้านค้าออนไลน์ เงินเข้าบัญชีเยอะ ต้องระวังอะไร? 6 จุดเสี่ยงพารับภาษีย้อนหลัง
การค้าขายบนช่องทางออนไลน์ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและสามารถรับชำระเงินจากลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง การที่ร้านค้าออนไลน์ของท่านมียอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดดและมีกระแสเงินสดโอนเข้าบัญชีอย่างต่อเนื่องในแต่ละวัน ถือเป็นข้อพิสูจน์ถึงศักยภาพทางการตลาดที่ยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความสำเร็จดังกล่าว สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องตระหนักและระมัดระวังเป็นพิเศษไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินคงเหลือในบัญชีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความพร้อมในการชี้แจงต่อกรมสรรพากรว่า ยอดเงินเข้าแต่ละรายการมีแหล่งที่มาจากสิ่งใด เป็นรายได้จากการขายจริงเท่าใด และมีเอกสารหลักฐานทางการค้าประกอบอย่างถูกต้องครบถ้วนหรือไม่
ในทางปฏิบัติ ผู้ประกอบการจำนวนมากยังคงเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าการค้าขายผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตโดยไม่มีหน้าร้านแบบดั้งเดิมจะอยู่นอกขอบเขตการตรวจสอบภาษี แต่ในความเป็นจริง ประมวลรัษฎากรกำหนดให้เงินได้จากการพาณิชย์ออนไลน์ต้องนำมารวมคำนวณภาษีเช่นเดียวกับธุรกิจทั่วไป บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการวางระบบบัญชีและภาษีสำหรับธุรกิจดิจิทัล พบว่าปัญหาสำคัญของผู้ค้าออนไลน์ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนยอดขาย แต่เกิดจากระบบบริหารจัดการหลังบ้านและระบบเอกสารทางบัญชีที่ไม่แข็งแรงพอที่จะรองรับปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น
กฎหมาย e-Payment และเงื่อนไขที่ธนาคารต้องรายงานข้อมูลต่อกรมสรรพากร
ตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร สถาบันการเงินและผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องรวบรวมและนำส่งข้อมูลบุคคลที่มี “ธุรกรรมลักษณะเฉพาะ” ส่งให้แก่กรมสรรพากรภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป โดยพิจารณาจากเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังนี้ ประการแรก คือการฝากหรือรับโอนเงินเข้าบัญชีทุกบัญชีรวมกันภายในสถาบันการเงินเดียวกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไปต่อปี โดยไม่มีการกำหนดยอดเงินรวมขั้นต่ำ และประการที่สอง คือการฝากหรือรับโอนเงินเข้าบัญชีรวมกันตั้งแต่ 400 ครั้งขึ้นไป และมียอดเงินรวมตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไปต่อปี
บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด ขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการเข้าใจว่า การที่ข้อมูลบัญชีถูกนำส่งสรรพากรไม่ได้แปลว่ากิจการจะถูกเรียกเก็บภาษีทันทีในทันใด แต่ข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำไปวิเคราะห์เปรียบเทียบกับแบบแสดงรายการภาษีที่ท่านยื่นไว้ การพยายามเปิดบัญชีหลายธนาคารเพื่อกระจายยอดโอนเงินจึงไม่ใช่ทางออกที่ปลอดภัยหรือยั่งยืน แต่การจัดทำระบบบัญชีที่สามารถพิสูจน์ที่มาของยอดเงินเข้าได้ทุกบาทต่างหากคือหัวใจของการป้องกันความเสี่ยง
6 จุดเสี่ยงที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มักมองข้ามจนอาจถูกประเมินภาษีย้อนหลัง
1. ปัญหาเงินในบัญชีไม่เท่ากับรายได้จริงจากการใช้บัญชีส่วนตัวปะปนกับธุรกิจ
ยอดเงินที่ไหลเวียนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ขายออนไลน์มักประกอบด้วยธุรกรรมหลายประเภท ทั้งเงินรายได้จากการขายสินค้า เงินทุนส่วนตัว เงินกู้ยืม เงินโอนสลับบัญชี หรือเงินที่ลูกค้าโอนเข้ามาผิด หากไม่มีการจัดทำบัญชีแยกประเภทอย่างชัดเจน เจ้าพนักงานสรรพากรจะใช้ดุลยพินิจมองยอดเงินเข้าทั้งหมดเป็นฐานรายได้พึงประเมิน ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องรับภาระภาษีจากเงินก้อนที่สูงเกินความเป็นจริงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
2. การบันทึกรายได้เฉพาะเงินสุทธิที่ได้รับโอนจากแพลตฟอร์ม
แพลตฟอร์ม Marketplace ชั้นนำมักจะหักค่าธรรมเนียมการขาย ค่าบริการระบบ และค่าโฆษณา ก่อนที่จะโอนยอดเงินสุทธิเข้าบัญชีร้านค้า ตัวอย่างเช่น หากร้านค้าขายสินค้าได้ยอดรวม 100,000 บาท ถูกหักค่าธรรมเนียม 15,000 บาท และได้รับเงินโอนจริง 85,000 บาท หากร้านค้าบันทึกรายได้เพียง 85,000 บาท ยอดรายได้จะไม่ตรงกับรายงานสรุปยอดขายที่แพลตฟอร์มส่งข้อมูลให้แก่สรรพากร ซึ่งทำให้เกิดผลต่างของฐานภาษีในระบบตรวจสอบทันที
3. ยอดเงินเก็บปลายทางไม่ตรงกับยอดขายที่เกิดขึ้นจริง
การขายแบบเก็บเงินปลายทาง หรือ Cash on Delivery นั้น บริษัทขนส่งมักจะรวบรวมยอดเงินจากหลายคำสั่งซื้อและหักค่าบริการขนส่งก่อนโอนเข้าบัญชีเป็นยอดรวมก้อนเดียว หากร้านค้าไม่มีระบบกระทบยอดรายงานขนส่งกับคำสั่งซื้อรายวัน จะทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเงินก้อนดังกล่าวเป็นของรายการใด มีสินค้าถูกปฏิเสธการรับและตีกลับเท่าใด ส่งผลให้ตัวเลขรายได้และมูลค่าสต๊อกสินค้าคงเหลือคลาดเคลื่อน
4. ปัญหาต้นทุนแฝงที่จับต้องไม่ได้และขาดหลักฐานทางภาษี
ค่าใช้จ่ายในการยิงแอดโฆษณาออนไลน์ ค่าจ้างอินฟลูเอนเซอร์ รวมถึงค่าบรรจุภัณฑ์ หากไม่มีใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานที่ระบุชื่อผู้ประกอบการอย่างถูกต้องตามประมวลรัษฎากร จะไม่สามารถนำมาบันทึกเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีตามจริงได้ เมื่อหักรายจ่ายตามจริงไม่ได้ ตัวเลขกำไรจะถูกประเมินสูงเกินจริง ส่งผลให้ต้องชำระภาษีในอัตราที่แพงขึ้นอย่างมาก
5. การยื่นภาษีไม่ตรงตามรูปแบบของกิจการ
ผู้ประกอบการบุคคลธรรมดาที่ขายของออนไลน์ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) มีหน้าที่ต้องยื่นภาษีครึ่งปีด้วยแบบ ภ.ง.ด.94 และยื่นภาษีประจำปีด้วยแบบ ภ.ง.ด.90 ส่วนร้านค้าที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจะต้องยื่นภาษีตามรอบบัญชี และต้องระมัดระวังไม่ให้ลูกค้านำเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของกรรมการ เพราะอาจทำให้เกิดข้อพิพาทเรื่องการซุกซ่อนรายได้ของบริษัท
6. ภาระภาษีย้อนหลังและเพดานภาษีมูลค่าเพิ่ม 1.8 ล้านบาท
ร้านค้าออนไลน์ที่มีรายได้จากการขายสินค้าเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปีภาษี มีหน้าที่ตามกฎหมายในการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ยอดขายเกินเกณฑ์ การละเลยไม่ติดตามยอดขายสะสมและรอรวบรวมเอกสารช่วงสิ้นปี มักทำให้พลาดกำหนดเวลาจด VAT ซึ่งนำไปสู่การประเมินเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และภาษีมูลค่าเพิ่มย้อนหลังที่สูงจนอาจกระทบต่อสถานะการเงินของธุรกิจ
วิธีแก้ปัญหา เปลี่ยนความเสี่ยงเป็นความมั่นคงด้วยระบบบัญชี
ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องรับภาระความยุ่งยากของตัวเลขเพียงลำพัง บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด ขอแนะนำแนวทางปฏิบัติ 5 ขั้นตอนเพื่อวางระบบบัญชีร้านค้าออนไลน์ให้ปลอดภัยและถูกต้อง ดังนี้
ขั้นตอนแรก คือการเปิดบัญชีธนาคารสำหรับธุรกิจแยกต่างหากอย่างเด็ดขาด โดยไม่นำบัญชีส่วนตัวมารับเงินลูกค้า เพื่อให้ทุกรายการเดินบัญชีสะท้อนรายได้และรายจ่ายของร้านค้าอย่างชัดเจน ช่วยลดระยะเวลาและความยุ่งยากในการตรวจสอบ
ขั้นตอนที่สอง คือการจัดเก็บหลักฐานและเอกสารประกอบทุกธุรกรรม ไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จค่าโฆษณา ใบกำกับภาษีค่าสินค้า และค่าใช้จ่ายดำเนินงาน โดยต้องระบุชื่อผู้เสียภาษีอย่างถูกต้อง และจัดเก็บสำเนาเอกสารไว้อย่างน้อย 5 ปีตามที่กฎหมายกำหนด
ขั้นตอนที่สาม คือการจัดทำงบกระทบยอดเงินเข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน โดยนำยอดขายจากระบบหลังบ้าน รายงานการหักค่าบริการจากแพลตฟอร์ม Marketplace และรายการเดินบัญชีธนาคารมาเปรียบเทียบกัน เพื่อหาผลต่างของค่าธรรมเนียมและส่วนลด
ขั้นตอนที่สี่ คือการคัดแยกรายการที่ไม่ใช่รายได้ให้มีหลักฐานชัดเจน รายการเงินเพิ่มทุน เงินกู้ยืม หรือเงินโอนสลับบัญชี ต้องจัดทำสัญญากู้ยืมเงินและเอกสารหลักฐานการโอนรองรับไว้เสมอเพื่อแสดงต่อเจ้าพนักงาน
ขั้นตอนที่ห้า คือการวางแผนภาษีเชิงรุกและสำรองเงินภาษีล่วงหน้า ติดตามยอดขายสะสมทุกเดือนว่าใกล้แตะเกณฑ์ VAT 1.8 ล้านบาทหรือไม่ พร้อมทั้งกันเงินสำรองสำหรับจ่ายภาษีทันทีเมื่อมีกระแสเงินสดเข้ามา เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงิน
ประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำบัญชีอย่างถูกต้อง
การจัดทำระบบบัญชีที่ได้มาตรฐานช่วยสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจในหลายมิติ ประการแรกคือช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นโครงสร้างต้นทุนและกำไรที่แท้จริง ทำให้ทราบได้อย่างแม่นยำว่าสินค้ากลุ่มใดสร้างกำไรสูงสุด และช่องทางการขายใดมีค่าธรรมเนียมแฝงสูงเกินไป เพื่อนำไปปรับกลยุทธ์การตลาดได้อย่างถูกต้อง
ประการที่สอง ช่วยให้กิจการประหยัดภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถใช้สิทธิประโยชน์และนำค่าใช้จ่ายตามจริงมาหักลดหย่อนได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย หมดความกังวลใจเรื่องการถูกประเมินภาษีย้อนหลังและสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคง
ประการสุดท้าย ข้อมูลทางบัญชีและงบการเงินที่สะท้อนผลการดำเนินงานจริง จะเป็นเอกสารสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อสถาบันการเงิน ส่งผลให้การยื่นขอสินเชื่อเพื่อขยายธุรกิจทำได้อย่างรวดเร็วและได้รับวงเงินที่เหมาะสม
ถึงเวลาลงมือทำ ก่อนถูกสรรพากรเรียกตรวจ
ยอดขายหลักแสนหรือหลักล้านบาทเป็นสัญญาณทางการเงินที่ดึงดูดการตรวจสอบจากกรมสรรพากรเสมอ ร้านค้าออนไลน์ที่มีเงินหมุนเวียนในบัญชีจำนวนมากไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องภาษี หากมีระบบหลังบ้านที่สามารถชี้แจงที่มาของเงินได้อย่างโปร่งใส อย่าปล่อยให้ความสำเร็จในการขายกลายเป็นภาระภาษีย้อนหลังในอนาคต
บริษัท บัญชีสยามออนไลน์ จำกัด พร้อมเป็นที่ปรึกษาและช่วยวางระบบบัญชีสำหรับธุรกิจออนไลน์แบบครบวงจร ตั้งแต่การแยกบัญชีรับเงิน การกระทบยอด Marketplace การตรวจเกณฑ์จดทะเบียน VAT ไปจนถึงการยื่นแบบภาษีอย่างถูกต้องตามหลักวิชาชีพและประมวลรัษฎากร ติดต่อเราเพื่อตรวจสุขภาพทางการเงินและวางรากฐานธุรกิจของท่านตั้งแต่วันนี้
เอกสารอ้างอิงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 48) พ.ศ. 2562 และกฎกระทรวง ฉบับที่ 355 (พ.ศ. 2562) ว่าด้วยการรายงานข้อมูลบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะ (e-Payment) ต่อนายทะเบียนและกรมสรรพากร
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 40(8) มาตรา 56 และมาตรา 56 ทวิ ว่าด้วยเงินได้พึงประเมินจากการพาณิชย์และหน้าที่การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.94 และ ภ.ง.ด.90)
- พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดมูลค่าของฐานภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้รับยกเว้น (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2548 และประมวลรัษฎากร มาตรา 85/1 ว่าด้วยเกณฑ์รายได้และกำหนดเวลายื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502 และคู่มือการจัดทำเอกสารประกอบการลงบัญชีที่สามารถเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ จัดทำโดยกรมสรรพากร
บริการจากสำนักงานบัญชีสยามออนไลน์
สำนักงานบัญชีสยามออนไลน์ พร้อมให้คำแนะนำและบริการวางระบบบัญชีร้านอาหารแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น
- ให้คำปรึกษา ช่วยวิเคราะห์และออกแบบระบบบัญชีที่เหมาะกับร้านของคุณ
- จัดทำบัญชีบันทึกรายรับ-รายจ่าย จัดทำรายงานทางการเงิน และยื่นภาษี
- วางระบบบัญชีให้เข้ากับประเภทธุรกิจด้วยโปรแกรมบัญชี เช่น ธุรกิจซื้อมาขายไป ธุรกิจบริการ ธุรค้าขายออนไลน์ เป็นต้น
- วางแผนภาษีพร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการภาษีให้ถูกต้องและประหยัดที่สุด
- ดูแลครบวงจรให้คุณหมดกังวลเรื่องบัญชีและภาษี เพื่อทุ่มเทให้กับการบริหารร้านอาหารได้อย่างเต็มที่
สำนักงานบัญชีสยามออนไลน์ ยินดีช่วยคุณสร้างรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งให้กับธุรกิจร้านอาหารของคุณ
บริการจากสำนักงานบัญชีสยามออนไลน์
สำนักงานบัญชีสยามออนไลน์ พร้อมให้คำแนะนำและบริการวางระบบบัญชีร้านอาหารแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น
- ให้คำปรึกษา ช่วยวิเคราะห์และออกแบบระบบบัญชีที่เหมาะกับร้านของคุณ
- จัดทำบัญชีบันทึกรายรับ-รายจ่าย จัดทำรายงานทางการเงิน และยื่นภาษี
- วางระบบบัญชีให้เข้ากับประเภทธุรกิจด้วยโปรแกรมบัญชี เช่น ธุรกิจซื้อมาขายไป ธุรกิจบริการ ธุรค้าขายออนไลน์ เป็นต้น
- วางแผนภาษีพร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการภาษีให้ถูกต้องและประหยัดที่สุด
- ดูแลครบวงจรให้คุณหมดกังวลเรื่องบัญชีและภาษี เพื่อทุ่มเทให้กับการบริหารร้านอาหารได้อย่างเต็มที่
สำนักงานบัญชีสยามออนไลน์ ยินดีช่วยคุณสร้างรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งให้กับธุรกิจร้านอาหารของคุณ
